วงจรปิดจับภาพชัด ‘พงศพัศ’เผยมีข่าวดี จ่อหมายจับมือบอมบ์ใต้ ‘ผบ.ตร.’ลั่นขุดรากถอนโคนขบวนการทำลายชาติ

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. ประชุม ศปก.ตร.กับตัวแทนจากทุกกองบัญชาการทั่วประเทศติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าคดีภายหลังเหตุระเบิดหลายจุดในภาคใต้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม  ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคาร 1 ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร.) ประชุมผ่านระบบสื่อสารทางไกล หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ติดตามความคืบหน้าเหตุวินาศกรรม ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 สิงหาคม  โดยมีตัวแทนตำรวจภูธรภาค 7-9 ร่วมประชุม

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้ระวังเหตุความไม่สงบอย่าให้เกิดขึ้นอีก เนื่องจากชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ และในส่วนของการข่าวหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขณะนี้ถือว่าเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ไม่มีรายงานว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีก จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลและเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาได้ตามปกติ ทั้งนี้ ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้รายงานว่า ทุกช่องทางเข้าออกภายในประเทศยังไม่มีสัญญาณของอันตรายที่จะเกิดขึ้น ทุกช่องทางยังคงตรวจตราบุคคลเข้าออกประเทศอย่างเข้มงวด ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความผิดปกติแต่อย่างใด

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวอีกว่า หลังจากที่ประชุมร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7-9 ก็ได้รับรายงานว่า ขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานในจุดเกิดเหตุ วัตถุพยาน และพยานบุคคลไว้แล้ว ซึ่งการสืบสวนสอบสวนยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อใช้เป็นหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้ามาตรวจสอบหาจุดเชื่อมโยงที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ส่วนกลาง และนำดีเอ็นเอในจุดเกิดเหตุเข้ามาตรวจสอบร่วมกับฐานข้อมูลของตำรวจ เพื่อหาตัวผู้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ คาดว่าผลการตรวจสอบจะแล้วเสร็จในวันนี้ และส่งกลับไปยังพื้นที่เกิดเหตุประกอบสำนวนการสอบสวน ส่วนระเบิดที่ใช้ก่อเหตุมีรูปแบบและวิธีการทำที่คล้ายกัน ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน มีผู้สั่งการ และจัดหาระเบิดมาให้ผู้ก่อเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีฐานข้อมูลของทุกกลุ่มไว้อยู่แล้ว หากได้ตัวผู้ลงมือกระทำความผิดได้ก็จะสามารถขยายผลหาผู้สั่งการได้ตามขั้นตอนต่อไป และการก่อเหตุในครั้งนี้เบื้องต้นไม่ใช่การขยายพื้นที่การก่อความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด เบื้องต้นคาดว่ากลุ่มผู้ลงมือยังไม่เดินทางออกนอกประเทศ

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้รับการยืนยัน พล.ต.ท.เทศา สิริวาโท ผู้บัญชาการภาค 8 ว่าจะมีข่าวดีในความชัดเจนของตัวผู้ก่อเหตุในเร็ววันนี้ พนักงานสอบสวนกำลงไล่กล้องวงจรปิดอย่างเร่งรีบ จากการตรวจสอบบางพื้นที่กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ก่อเหตุได้ชัดเจน ฝ่ายสืบสวนกำลังติดตามเกาะติดผู้ต้องสงสัยแล้ว เมื่อหลักฐานครบก็จะขออนุมัติออกหมายจับได้ทันที ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน และจะไม่มีการจับแพะอย่างแน่นอน ขณะนี้ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ประกบผู้ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้ว  ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่จับผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว ขณะนี้มีเพียงพยานที่เดินทางเข้ามาให้ข้อมูลเพียงเท่านั้น ยังไม่มีการควบคุมตัวบุคคลใดเป็นพิเศษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของแรงจูงใจในการก่อเหตุ พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า หากได้ตัวผู้กระทำผิดก็จะทราบมูลเหตุที่ชัดเจน ซึ่งทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ระบุว่าครั้งนี้จะเป็นการขุดรากถอนโคนเครือข่ายผู้กระทำผิด และให้ประชาชนได้รับรู้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการทำลายประเทศชาติ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และหากมีข้อมูลหรือเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon