สกู๊ปน.1 : ปิดฉากแรกบรรยินคดีอุ้มฆ่า จาก รมต.สู่เรือนจำ
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม เเละองค์กรตุลาการ เมื่อมีคนร้ายกลุ่มหนึ่งได้กระทำการอุกอาจเเต่งเครื่องเเบบเป็นตำรวจอุ้ม นายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายเเท้ๆ ของ น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอาญากรุงเทพใต้ อดีตเจ้าของสำนวนโอนหุ้น นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง
หรือเสี่ยจืด นักธุรกิจหมื่นล้าน
ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เป็น 1 ในจำเลย บริเวณหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ ขณะเดินทางมารับน้องสาวกลับบ้าน เพื่อบังคับต่อรองให้ น.ส.พนิดา ตัดสินยกฟ้องในคดีโอนหุ้น ซึ่งเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมอำพรางนายชูวงษ์ มิเช่นนั้นจะฆ่าพี่ชายเสียให้ตาย
แต่สุดท้ายบทสรุปเรื่องนี้จบที่การเสียชีวิตของเหยื่อซึ่งถูกนำไปฆ่าเผาอำพรางศพ
คดีนี้พนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปรามได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้กระทำความผิดร่วมกับ พ.ต.ท.บรรยิน และทำสำนวนพร้อมความเห็นส่งให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามทุจริต 3 ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ตกเป็นจำเลยทั้งหมด 6 คน
ประกอบด้วย นายมานัส ทับทิม อายุ 67 ปี, นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี,
นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี, นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี และ ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ทั้งหมดภูมิลำเนา จ.นครสวรรค์
มีจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเพียงคนเดียว
ต่อมาคดีนี้มีการตั้งองค์คณะไต่สวนพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย ระหว่างพิจารณาจำเลยที่เหลือทั้งหมดได้กลับคำให้การเดิมจากปฏิเสธเปลี่ยนเป็นรับสารภาพในข้อเท็จจริงบางส่วน เเต่ยอมรับว่าทั้งหมดมีส่วนในการกระทำความผิดจนนำไปสู่การเสียชีวิตของเหยื่อจริง
ศาลมีคำพิพากษาว่าการกระทำ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
ฐานแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำความผิดอาญาฯ จำคุก 1 ปี, ฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานฯ จำคุก 1 ปี, ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ ให้ลงโทษประหารชีวิต, ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ลงโทษประหารชีวิต และฐานร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพฯ อำพรางคดี จำคุก 4 ปี
จำเลยที่ 1 ให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วนนับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ฐานแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำความผิดอาญาฯ จำคุก 8 เดือน, ฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานฯ จำคุก 8 เดือน, ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ จำคุกตลอดชีวิต, ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ จำคุกตลอดชีวิต และฐานร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพฯ อำพรางคดี
จำคุก 2 ปี 8 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว และให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกคดีโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ของศาลอาญากรุงเทพใต้
จำเลยที่ 2 มีความผิดให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วน นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามจำคุก 33 ปี 4 เดือน
จำเลยที่ 3 มีความผิด ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ ให้ลงโทษประหารชีวิต, ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ลงโทษประหารชีวิต, ฐานร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพฯ อำพรางคดี จำคุก 4 ปี ซึ่งจำเลยที่ 3 กระทำความผิดภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ จึงให้เพิ่มโทษเป็นจำคุก 5 ปี 4 เดือน แต่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว
จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ให้ลงโทษฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยที่ 4-5 ให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วน นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว
จำเลยที่ 6 ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ ลงโทษประหารชีวิต ให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วน นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิต
นี่คือคำพิพากษาเฉพาะในส่วนศาลชั้นต้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตามคดีนี้ นายบวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อาศัยอำนาจตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 11 ทำความเห็นแย้งแนบท้ายว่า คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1-2 และ 4-6 เพราะจำนนต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏจากภาพกล้องวงจรปิด ข้อมูลจากพยานบุคคลต่างๆ ที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำ รวมทั้งข้อมูลจากรายงานการสืบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในสำนวนการสอบสวน ฝ่ายจำเลยได้ตรวจสอบและขอคัดถ่ายในชั้นตรวจพยานหลักฐานของศาล ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษที่จะลดโทษให้
ส่วนจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง
เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 3 ตลอดชีวิตสถานเดียว สำหรับจำเลยที่ 1-2, 4-6 เมื่อร่วมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้ประหารชีวิตสถานเดียว
เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูงถึงประการชีวิตตามกฎหมายย่อมสามารถสู้คดีได้จนถึงชั้นฎีกา ซึ่งขณะนี้ยังเหลือ 2 ศาล ความเห็นเเนบท้ายของอธิบดีผู้พิพากษาฯที่ขอให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียวดังกล่าวจะถูกส่งเเนบไปเพื่อพิจารณาหากมีการนำคดีขึ้นสู่ศาลสูงต่อไป
นอกจากนี้เเล้วเฉพาะตัวของ พ.ต.ท.บรรยินยังมีคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์อีกคดี ที่ศาลอาญาพระโขนงนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 20 มกราคม 2564
คำพิพากษาคุกตลอดชีวิตครั้งนี้เป็นฉากเเรกสำหรับเส้นทางกรรมวิบากของ พ.ต.ท.บรรยิน
ต้องรอผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์รวมถึงศาลฎีกา แล้วจึงจะทราบว่าที่สุดของคดีนี้นั้นผลสุดท้ายจะออกมาเช่นไร

