แม่บุญธรรม’นางไก่’โดนกล่อมด้วยนาฬิกาโรเล็กซ์ ยอมเป็นพยานปรักปรำสาวใช้ ระบุเห็นเซพไม่มีทองสักแท่ง

16.08.16 | 12:23 น.

จากกรณีนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พา น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า อายุ 19 ปี นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง นายชูเกียรติ ใจกล้า และนางประภาพร ทองเฟื่อง พ่อแม่ของก้อย เข้าร้องทุกข์กองปราบปรามให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีถูกอดีตนายจ้างชื่อ “นางไก่” อ้างตัวเป็นคุณหญิง แจ้งความดำเนินคดีลักทรัพย์ทองแท่งกับเงินสดกว่า 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2558 เหตุเกิดท้องที่ สน.ประชาชื่น ซึ่งต่อมานางไก่ถูกจับกุมพร้อมดำเนินคดีในข้อหา แจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่นให้รับโทษทางอาญา, ข้อหาพยายามค้ามนุษย์ และข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ม.112


เมื่อเวลา 10.45 น . วันที่ 16 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.ญาดาภา ลักษณัย อายุ 73 ปี อดีตข้าราชการครูบำนาญ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ธนวัฒน์ หลีพงษ์ สว. (สอบสวน) กก.1บก.ป. เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน ในคดีที่นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือก้อย และครอบครัว ในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างกว่า 10 ล้านบาท ในท้องที่ สน.ประชาชื่น เมื่อเดือนมีนาคม 2558

น.ส.ญาดาภากล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนมาให้ปากคำในฐานะพยาน เนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม 2558 ที่น้องก้อยและครอบครัวถูกนางไก่แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างนั้น ตนเป็นผู้ลงลายมือชื่อประกอบสำนวนเป็นพยานในคดีดังกล่าว ซึ่งสาเหตุที่ตนต้องรับเป็นพยานว่าน้องก้อยและครอบครัวลักทรัพย์นั้น เป็นเพราะก่อนหน้านั้นไม่กี่วันนางไก่ได้เปิดตู้เซฟในคอนโดฯย่านประชานิเวศน์ เพื่อหยิบนาฬิกาโรเล็กซ์ให้ตนใส่ ซึ่งนางไก่บอกตนว่าหากไม่ยอมเป็นพยานในคดี ก็จะต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยร่วมกับน้องก้อย เนื่องจากตนเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ก่อนที่ทรัพย์สินจะหาย ตนจึงจำเป็นต้องลงชื่อเป็นพยาน ประกอบกับตนและนางไก่นับถือเป็นแม่-ลูกบุญธรรมกัน จึงเกิดความไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าขณะที่เปิดตู้เซฟดังกล่าวนั้น ตนไม่เห็นทองคำแท่งหรือทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลตามที่นางไก่กล่าวอ้างในตู้เซฟนั้นแต่อย่างใด

เบื้องต้น พ.ต.ต.ธนวัฒน์ อยู่ระหว่างสอบปากคำ น.ส.ญาดาภา โดยละเอียด และยังไม่ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนแต่อย่างใด

Advertisement