สกู๊ปหน้า 1: “เคนมผง” สูตรมรณะ

18.01.21 | 07:34 น.

สกู๊ปหน้า 1: “เคนมผง” สูตรมรณะ

ข่าวคราววัยรุ่นเสพยาเสพติดเสียชีวิตร่วม 9 ราย และบาดเจ็บอาการสาหัสนับสิบคน นับเฉพาะท้องที่รอบกรุงเทพฯ ในห้วงเวลาตั้งแต่คืนวันที่ 10 มกราคม เป็นต้นมา

ไล่ได้ว่า สน.วัดพระยาไกร 5 ราย สน.บางโพงพาง 1 ราย สน.สุทธิสาร 1 ราย และ สน.โชคชัย 2 ราย

ทั้งหมดล้วนโยงใยถึงกันว่าเกิดการเสพยาเสพติดที่เรียกกันว่า “เคนมผง”

หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบซองซิปล็อกกับหลอดใช้สำหรับเสพยา ภายในเหลือคราบผงสีขาวครีมคล้ายนมผง ก่อนจะแยกสารประกอบพบสารเสพติด คือ เคตามีน เฮโรอีน ยาอี และยานอนหลับ

ลักษณะจำเพาะของยาเคนมผงนั้น พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เปิดเผยว่า
เป็นยาผสมขึ้นเองในหมู่ผู้เสพเฉพาะกลุ่ม

Advertisement

เพื่อให้มีฤทธิ์แรงขึ้น และเพิ่มมูลค่าตัวยาให้มีราคาสูงมากขึ้น มีแหล่งอยู่ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เนื่องจากจุดนี้เป็นที่พักยาและสามารถหาส่วนผสมทั้งหมดได้ง่าย

วิเคราะห์เบื้องต้นพบว่า ยาอันตรายสุดคือเฮโรอีน เสี่ยงเกิดอาการโอเวอร์โดสหรือเสพยาเกินขนาดจนถึงขั้นเสียชีวิตมากที่สุด มียานอนหลับประสานตัวยาและตัวเร่งฤทธิ์ของยาทั้งหมด

ผู้เสพจะมีอาการมึนเมาเหมือนคนเมาเหล้า แต่จะไม่มีกลิ่นสุรา มีอาการสะลึมสะลือ

อันตรายที่สุดคืออาการปากเขียวคล้ำ มีเลือดออกทางจมูก เช่นนี้แสดงว่าร่างกายผู้เสพไม่สามารถรับได้ หรือเรียกว่า “น็อกยา” ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ลำดับเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม น.ส.พาณิภัค จันทราวราวรรณ์ อายุ 21 ปี เสียชีวิตภายในบ้านพัก ซอยเจริญราษฎร์ 7 แยก 4 ย่านบางคอแหลม

ตามด้วย นายนิติเทพ มะแพทย์ อายุ 27 ปี เสียชีวิตที่คอนโดลุมพินี ย่านสาทร, นายวรุฒน์ นุชัยภูมิ อายุ 28 ปี เสียชีวิตในบ้านพักซอยชุมชนวัดบางโคล่ ย่านบางคอแหลม

ต่อด้วย น.ส.สุทธิณี เมตตาจิตต์ อายุ 24 ปี เสียชีวิตในบ้านเช่า ซอยจันทน์ 31 ย่านสาทร พื้นที่ สน.วัดพระยาไกร

วันที่ 11 มกราคม นายธงชัย ฮกซุ่นเฮง อายุ 34 ปี เสียชีวิตในบ้านพัก ซอยวัดไผ่เงิน ย่านบางคอแหลม วันเดียวกัน น.ส.ลลิตา เทินสะเกษ อายุ 19 ปี เสียชีวิตในบ้านพักย่านห้วยขวาง พื้นที่ สน.สุทธิสาร และพื้นที่ สน.บางโพงพาง นายวิฑูรย์ ภู่ทองอายุ 32 ปี เสียชีวิตหลังถูกนำตัวส่ง รพ.เจริญ
กรุงประชารักษ์

ต่อมาวันที่ 13 มกราคม นายพารวย ฉวีวรรณ อายุ 27 ปี น.ส.ปรีดาภรณ์ โพธิ์แก้ว อายุ 30 ปี เสียชีวิตที่ห้องพักในซอยลาดพร้าววังหิน 7 แยก 5 ย่านวังทองหลาง มีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย พื้นที่ สน.โชคชัย

หลังเกิดเรื่องไม่นาน ตำรวจสามารถตามจับกุมผู้ต้องหาได้ร่วมเกือบสิบรายในหลายท้องที่ เชื่อมโยงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่า สน.สายไหม สน.สุทธิสาร และ สน.วัดพระยาไกร โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สอบปากคำ 4 ผู้ต้องหาในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร ด้วยตัวเองพบว่าคดีในพื้นที่นี้ เกี่ยวโยงกับเหตุ น.ส.สุทธิณี เสียชีวิตในซอยจันทน์ 31

พล.ต.อ.สุวัฒน์บอกว่า ตำรวจจะขยายผลสืบสวนหาความเชื่อมโยงทุกคดีที่เกิดขึ้นรวมถึงหาแหล่งต้นตอจำหน่าย ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหา บางส่วนรับว่าเป็นผู้ซื้อยามาเสพ รายงานแพทย์ยืนยันว่าพบสารเคตามีนในผู้ตายทั้งหมด แต่ยังไม่พบข้อมูลการล่วงละเมิดทางเพศในผู้หญิง หลายอย่างยังต้องพิสูจน์ทราบ เฉพาะคดีจับในท้องที่ สน.วัดพระยาไกร น่าเชื่อได้ว่ามีการแยกซื้อยาเสพติดมาอีกครั้ง

คดีนี้ ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายวิรัฐหรือ ป๋อง กาเผือก อายุ 26 ปี และ นายวัชระหรือโบ้ เชียงฉิน อายุ 22 ปี นำยาเคมาให้ น.ส.สุทธิณี นายชาตรี หรือ โจ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และ นายนพเก้า หรือ ตูมตามอบถม อายุ 26 ปี ทั้งคู่เป็นผู้ค้ายารายย่อย

ส่วนที่ สน.สุทธิสาร ตำรวจจับกุมนายคิด (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ตัวแทนขายยาเคนมผงให้กับ น.ส.ละลิตา สาวเสิร์ฟร้านอาหารย่านพระราม 3 พร้อมของกลางเป็นยาเคนมผงที่ยังหลงเหลือจากล็อตที่รับมาขาย เจ้าตัวรับสารภาพว่าขายยาเคนมผงให้กับผู้ตายในพื้นที่สุทธิสารจริง ยาเคนมผงล็อตที่ขายให้
ผู้ตาย รับมาจากนายโบ้ ผู้ต้องหาในคดีท้องที่ สน.วัดพระยาไกร ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา ยังคงต้องขยายผลว่ายาดังกล่าวเป็นของนายโบ้จริงหรือไม่

ขณะที่ สน.พหลโยธิน ตำรวจยังจับกุม น.ส.กุลนที เอี่ยมลอย ขายยาเคให้นายทัชชัย กล่อมใจ อายุ 22 ปี ก่อนนัดส่งมอบกันที่บริเวณกลางซอยเสือใหญ่อุทิศ ย่านจตุจักร แล้วนายทัชชัยนำไปให้ น.ส.พาณิภัค แฟนสาวเสพถึงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 10 มกราคม ส่วนตัวเองอาการสาหัส

สน.สายไหม จับกุม น.ส.ศิริกาญจน์ เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี ขยายผลจับกุม นายนฤเดชภู่หอม อายุ 19 ปี นายนภดล นุตตะโยธิน อายุ 20 ปี นายรัตนาโชค กีรติโชติกุลพร อายุ 21 ปี

ฟากแม่ทัพนครบาล พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยว่า ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร พบของกลาง 2 จุดใหญ่ จุดแรกคือจุดที่พบผู้เสียชีวิต 1 ราย พบของกลางเป็นเคตามีนและไดอาซีแพม สอดคล้องพื้นที่ สน.สายไหม

จุดต่อมาบริเวณอู่แท็กซี่ เจ้าหน้าที่พบของกลางหลายถุงทั้งเคตามีนและเฮโรอีน กับยาอีอีกจำนวนหนึ่ง สำหรับการเชื่อมโยง
ของแหล่งยาเสพติดชนิดนี้ เหตุที่เกิดในพื้นที่ สน.สุทธิสาร สน.วัดพระยาไกร และ สน.สายไหม มีความเชื่อมโยงกัน ผู้ค้าได้รับยาเสพติดมาจาก จ.ปทุมธานี มีรายงานข่าวเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดเปิดเผยว่า ทางการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่สายไหม เชื่อว่าจะเป็นแก๊งมิคาโดะ มีตัวย่อ ต. เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้นิยมขับรถซิ่ง และผู้ค้ายารายอื่นๆ เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มนี้เชื่อมโยงกับเส้นทางการค้ายาเสพติดย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี กับย่านพระราม 3

ส่วนประวัติแก๊งมิคาโดะพบเชื่อมโยงกับยาเสพติด หลังเริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2550 และ 2554-2556 เริ่มที่ สน.โชคชัย ก่อนจะถูกกดดันจนย้ายไปอยู่พื้นที่ สน.พหลโยธิน และย้ายไปพื้นที่ สน.สายไหม พฤติกรรมของแก๊งนี้จะชื่นชอบการแข่งรถยนต์บนถนนสาธารณะ และค้ายาเสพติดประเภทยาบ้า ยาเค เครือข่ายของแก๊งมิคาโดะจะคล้ายแก๊งโอรสฝั่งธนบุรี

ปัจจุบันแก๊งมิคาโดะมีระดับหัวหน้าอยู่ประมาณ 10 คน หัวหน้าปัจจุบัน ขบวนการนี้มีระดับสั่งการเริ่มตั้งแต่ยอดพีระมิดเป็นชายเจ้าของสูตรยา รองลงมาเป็นผู้หญิงทำหน้าที่คล้ายนอมินีคอยประสาน และกระจายยา ถัดมาเป็นกลุ่มพ่อค้ารายใหญ่ เป็นเอเยนต์กระจายตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล รองลงมาคือกลุ่มพ่อค้ารายย่อย

พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น. บอกว่า ราคาเคนมผงจะอยู่ที่กรัมละ 450-600 บาท ตอนนี้สารตั้งต้นราคาถูกลง เป็นที่มาให้นำยามาผสมเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มฤทธิ์ของยาอีกด้วย

ส่วนข้อแตกต่างระหว่างเคนมผง กับเคทะเลทรายนั้นคือ ส่วนผสมที่ใช้และสี เคนมผงมีสีขาวครีม เคทะเลทรายมีสีน้ำตาล ไม่ว่าจะเป็นยาเคตัวใดก็ตามที่เป็นข่าวตอนนี้ก็ไม่ใช่ยาเสพติดชนิดใหม่ เป็นเพียงยาเสพติดถูกผสมกับสารเสพติดหลายชนิด แล้วตั้งชื่อขึ้นมาตามกลุ่มที่ผลิต สามารถทำกันได้ทั่วไป อาจจะมีผู้ผลิตรายใหญ่หรือไม่มีก็ได้

แต่นั่นคงไม่ทำให้ตำรวจตัดประเด็นการสืบสวนใดทิ้งแน่นอน หากปล่อยให้ยานรกนี้ระบาดต่อไป ไม่แน่อาจเห็นจำนวนศพผู้เสพพุ่งสูงขึ้น ย่อมไม่ส่งผลดีแน่