โชเฟอร์ปอ.68 เบรกแตกคว่ำ รับเมาจริง กรึ๊บเหล้าขาวทั้งวัน บอกเจ้าของกิจการรู้ดี

18.08.16 | 14:10 น.

จากกรณี รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย ปอ.68 สีเหลือง ทะเบียน 11-5366 กรุงเทพมหานคร เลขข้างรถ 68-019 วิ่งระหว่างบางลำพู-สมุทรสาคร เสียหลักชนแบริเออร์กั้นทางแบ่งฝั่งเส้นทางจราจร พลิกตะแคงขวางถนนตรงเชิงทางขึ้นสะพานข้ามคลองบางกอกใหญ่ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้โดยสารหญิง 3 ราย ถูกนำตัวส่งรพ.ตากสิน สอบสวนเบื้อง นายแสวง พาลี อายุ 48 ปี โชเฟอร์รถโดยสาร ให้การว่าก่อนเกิดเหตุเห็นชายขี่จยย.ไม่ทราบยี่ห้อรุ่นและทะเบียน ขวางด้านหน้าด้วยความช้า จึงบีบแตรไล่ แต่ชายดังกล่าวไม่พอใจเบรกรถกะทันหัน ทำให้ต้องหักพวงมาลัยหลบจนไปพุ่งชนแท่งแบริเออร์แล้วพลิกคว่ำ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดพบปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 257 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงแจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาทจนทำให้ทรัพย์สินเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณเชิงขึ้นสะพานข้ามคลองบางกอกใหญ่ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม.เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น


เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 18 สิงหาคม ที่สน.ท่าพระ พ.ต.อ.ณัฏฐพัชร์ ผดุงจันทร์ ผกก.สน.ท่าพระ นำตัวนายแสวง พาลี อายุ 48 ปี โชเฟอร์รถประจำทาง มาสอบสวนเพิ่มเติม โดยมี นายสุริยา สังข์รุ่ง เจ้าพนักงาน กรมการขนส่งทางบกเดินทางมาขอข้อมูลจากตำรวจด้วย

นายแสวงยอมรับว่า วันเกิดเหตุไปรับรถตั้งแต่04.00 น. แล้วดื่มเบียร์ไป 1 ขวด จนเวลา 08.00 น.จึงเริ่มวิ่งรถรับส่งผู้โดยสาร เมื่อวิ่งรถครบรอบก็ซื้อเหล้าขาว40 ดีกรีจากร้านค้า มาดื่มเพียง 1 แก้ว ก่อนจะวิ่งรับส่งคนรอบใหม่ โดยตลอดวัน ทำรอบรถได้ 6 รอบก็ทำแบบนี้ทั้ง 6 ครั้ง คือ วิ่งครบรอบหนึ่งก็กินเหล้าขาว 1 แก้ว ซึ่งเจ้าของกิจการก็รู้ ส่วนเรื่องที่ตนบอกว่ามีจักรยานยนต์แกล้งเบรกกะทันหันทำให้รถพลิกคว่ำนั้น ความจริงแล้ว เห็นจักรยานยนต์วิ่งช้าขวางอยู่ด้านหน้า จึงบีบแตรไล่ แต่ไม่เป็นผล ทำให้รถจะชนท้ายจักรยานยนรต์ จึงเหยียบเบรกแต่ด้วยความเมา ควบคุมรถไม่อยู่แถมเบรกรถก็มีปัญหา เลยต้องตัดสินใจหักพวงมาลัยชนกับแบริเออร์แทน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บยอมรับว่าก่อนวิ่งรถรับผู้โดยสารมักจะดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หลังจากนี้จะไม่ทำอีกแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐพัชร์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ นายแสวงได้ยอมรับว่าดื่มเหล้าขาวก่อนขับรถ เจ้าหน้าที่จึงแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา คือ ขับรถในขณะมึนเมาสุรา และขับรถโดยประมาทจนทำให้ทรัพย์สินเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้ในวันที่ 19 สิงหาคม พนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ส่วนเรื่องเอาผิดผู้ประกอบการหรือไม่นั้น กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงจะพิจารณาเอง ทั้งนี้ ฝากเตือนถึงผู้ประกอบการและขสมก.ขอให้กวดขันดูแลคนขับรถโดยสาร ตัวรถและอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานรับส่งคน และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยผู้โดยสารด้วย ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยให้คนขับดื่มสุรา หรือนำรถชำรุดมาวิ่ง

Advertisement