นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นถึงกรณีคดีสะเทือนขวัญเมื่อกลุ่มเด็กวัยรุ่น 4 คน ลวงฆ่าอริขุดหลุมฝังดิน พร้อมข่มขืนแฟนสาวก่อนจับทิ้งเหว แต่สุดท้ายรอดชีวิต ขณะที่ผู้ต้องหาแม้ถูกควบคุมตัวแต่กลับรับสารภาพด้วยสีหน้าระรื่น ว่า ขณะนี้กระแสสังคมกำลังเร่งเร้าให้เกิดการลงโทษอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะคดีประเภทข่มขืนหรือข่มขืนแล้วฆ่า ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับฝ่ายยุติธรรมของไทยว่าจะขีดเส้นทางไปทางไหน แต่ตนมองว่าการปรับบทลงโทษนั้นเป็นการจมอยู่กับปลายสุดของปัญหาหรือไม่ กำลังมองข้ามเส้นทางสู่การเป็นอสูรร้ายหรือไม่
นพ.วรตม์กล่าวว่า งานวิจัยและบทความมากมายทางด้านอาชญาวิทยา ระบุตรงกันว่า อสูรร้ายไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใน 1 วัน แต่ถูกสร้างขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยนานนับปี คดีเล็กๆ ที่เคยก่อขึ้นถูกละเลยและพัฒนากลายเป็นคดีสะเทือนขวัญ ทุกๆ คดีมักมีสัญญาณนำมาก่อน เป็นสัญญาณที่ล่องหนในสายตาของคนในสังคม และเมื่อนำฆาตกรคดีสะเทือนขวัญทั้งหลายมาสัมภาษณ์ เกือบทั้งหมดจะเคยผ่านชะตาชีวิตอันโหดร้ายมาแล้วทั้งนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจถ่ายทอดบาดแผลของตัวเองไปให้ผู้บริสุทธิ์ เราควรกลับมาถามตัวเองว่า ชุมชนแบบไหน สังคมแบบไหน ที่ผลิตฆาตกร 4 คนให้มารวมตัวอยู่ในที่เดียวกัน
“ยกตัวอย่างในต่างประเทศ มีเรื่องของเด็กชายที่ชื่อ Daniel Pelka ที่เป็นกรณีศึกษาที่เรียกว่า “Invisible Daniel” โดยแดเนียลถูกนำส่งขึ้นรถพยาบาลไปยังห้องฉุกเฉินเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2012 และได้เสียชีวิตลงในวันนั้น ผลชันสูติพบว่า แดเนียลได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่สมอง มีภาวะขาดอาหารอย่างรุนแรง กระดูกหัก รอยฟกช้ำ ทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 30 จุดทั่วร่างกาย โดยภายหลังทราบว่าเด็กชายคนนี้ถูกแม่และพ่อบุญธรรมทรมานทำร้ายร่างกายมานานหลายปี อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เด็กได้เสียชีวิต แต่ข้อมูลที่ผ่านมาจะพบว่า ฆาตกรส่วนหนึ่งเคยเป็นเด็กที่ถูกทำร้ายรุนแรงมาก่อน ซึ่งจริงๆ แล้วเด็กที่เคยถูกทำร้ายไม่จำเป็นต้องกลายเป็นผู้ร้ายก่อคดี หากได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างทันท่วงที แต่ที่สำคัญควรป้องกันแต่ต้น เลี้ยงดูพวกเขาให้ดีดีที่สุด” นพ.วรตม์กล่าว

