เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม จากกรณีที่มีประชาชนพบเห็นพฤติกรรมของหญิงรายหนึ่งที่แต่งกายเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรยศ “ร้อยตรี” ออกตระเวนข่มขู่ในการติดต่องานกับสถานที่ราชการ และหลอกลวงประชาชนว่าสามารถฝากบุตรหลานเข้ารับราชการทหาร หรือฝากเข้าทำงานในหน่วยงานราชการได้ ก่อนที่จะเรียกรับทรัพย์สินเป็นเงินสด จนมีประชาชนชาวลำปางหลงเชื่อและสูญเสียเงินทองไปหลายราย ในเรื่องนี้ทาง พล.ต.กิตติศักดิ์ แม้นเหมือน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ลำปาง จึงสั่งการให้ ร.อ.พสธร ถานี รองผู้บัญชาการกองเรือนจำทหาร มณฑลทหารบกที่ 32 ลำปาง นำกำลังเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารออกไปติดตามตัวตามกฎหมายตามมาตรา 44 เพื่อจะจับกุมหญิงคนดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทราบชื่อแล้วคือ นางสาวอันดา อภิรักษ์โยธนันท์ หรือนางสาวดวงกมล อภิรักษ์โยธนันท์ หรือนางสาวดวงกมล วะนะวิเชียร อายุ 30 ปี
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ไปติดตามตัวที่บ้านทั้งในเขต อ.เมือง จ.ลำปาง และที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ที่เปิดเป็นร้านนวดสปา ริมถนนสายลำปาง-แม่เมาะ บ้านผาลาด ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งหญิงคนดังกล่าวเปิดร้านอยู่ แต่พบเพียงแม่ของหญิงสาวรายนี้เท่านั้น คาดว่าน่าจะหลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2559 เวลา 18.30 น. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป และจากการตรวจค้นประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังพบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงลำปาง เลขที่ 47/2559 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2559 เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เมาะ จ.ลำปาง จับกุมไปแล้ว และขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างขั้นตอนในชั้นศาล โดยที่หญิงคนดังกล่าวได้รับการประกันตัวออกมา
สำหรับพฤติกรรมของหญิงรายนี้มักจะแต่งกายในชุดทหารสีเขียวคอปก ประดับเครื่องหมายเต็มยศ และมีสัญลักษณ์ย่อว่า มทบ.32 ประดับที่คอเสื้อด้วย โดยมักแต่งชุดและออกไปติดต่องานตามหน่วยงานราชการ และหลอกลวงประชาชนโดยทั่วไป นอกจากนี้ยังชอบโพสต์ภาพในสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก บรรยายลักษณะว่าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์หลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อว่าเป็นทหารจริง
ด้าน ร.อ.พสธร ถานี รอง ผบ.กองเรือนจำฯ กล่าวถึงผู้ที่ชอบนำเครื่องแบบทหารมาใส่ว่า ผู้ใดแต่งกายเครื่องแบบทหารจะต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหารพุทธศักราช 2477 มาตรา 6 ระบุว่าผู้ใดแต่งเครื่องแบบตามพระราชบัญญัตินี้ หรือแต่งเครื่องแบบทหารซึ่งทหารยังคงใช้ในราชการอยู่โดยไม่มีสิทธิแต่งได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 5 ปี และถ้ากระทำเช่นนี้ในเขตซึ่งประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ดีในเวลาสงครามก็ดี ในเวลาบ้านเมืองมีเหตุฉุกเฉินก็ดี หรือเพื่อกระทำผิดทางอาญาก็ดี ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง10 ปี
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่าได้เกิดแก๊งมิจฉาชีพลักษณะจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และผู้สื่อข่าวสังกัดสื่อส่วนกลาง ทั้งที่ไม่ได้เป็นจริง โดยมีพฤติกรรมออกเร่ไปหลอกยืมเงิน หรือข่มขู่ เพื่อเอาเงิน ตลอดจนอ้างว่าจะสามารถฝากงานให้เข้าทำงานกับหน่วยงานราชการใน จ.ลำปางได้ แต่จะต้องจ่ายเงินมาก่อน ตามแต่ฐานะของผู้หลงเชื่อ เพื่อเป็นค่าดำเนินการรายละ 5,000-20,000 บาท กระทั่งมีผู้เข้าไปร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง เพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลือ หลังตกเป็นเหยื่อ และสูญเสียเงินว่าจะสามารถฝากให้เข้าทำงานรับราชการของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปางได้ ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวยังก่อเหตุอ้างตัวว่าเป็นหลานนายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ด้วย ซึ่งในการแอบอ้างนั้นเพื่อหวังข่มขู่และหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อ ให้เกิดความเกรงใจและความกลัว ทำให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางประกาศให้ประชาชนทราบว่าให้ดำเนินการแจ้งตำรวจจับทันที หากมีใครไปแอบอ้างในลักษณะดังกล่าว ซึ่งหญิงที่แอบอ้างว่าเป็นทหารหญิงรายนี้ก็เป็นหนึ่งในแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวด้วย

