ตร.รวบมือลั่นไกเสี่ยตุ้ม หนีการล่ามาจนมุมที่โคราช เผยมารับงานฆ่ามูลค่า 9 หมื่นบาท

21.08.16 | 15:35 น.

 

วันที่ 21 สิงหาคม จากกรณีนายภาสพล หรือตุ้ม  รัตนตยาธิคุณ อายุ 45 ปี นักธุรกิจหนุ่มนักเรียนนอก ถูกยิงเสียชีวิตและทิ้งศพไว้ข้างถนนสายกาฬสินธุ์-สกลนคร บริเวณก่อนถึงจุดชมวิวผาเสวย 100 เมตร ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.59 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามคดีและสามารถตามจับทีมอุ้มฆ่าที่ก่อเหตุทั้งหมดรวม 5 คน ประกอบด้วย 1.นายมนูญ หรือสิทธิ์ฐิคมน์ ภัทรเมธาพร อายุ 49 ปี อดีตนายทหารบกยศ พ.อ. 2.นายกิตติภพ หรือเฉลา เครือไย อายุ 54  ปี อดีตนายทหารบกยศ ร.อ. 3.จ.ส.อ.ชูชัย พิมพิทักษ์ อายุ 44 ปี 4.นายนำชัย บัวพัฒน์ หรือนุต อายุ 45 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด และ 5.นายวิรัช หรือกอง รัตนตยาธิคุณ บิดาของนายภาสพลผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้จ้างวานฆ่าลูกชายตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา สถานีตำรวจภูธรอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์, พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์, พ.ต.อ.ทศพร จิเนราวัต ผกก.สภ.สมเด็จ, นายเดชาพร จิตจักร ปลัดอำเภอสมเด็จ และทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายกันต์ธร กีรติกา อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ในคดีฆ่านายภาสพล โดยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2559 ชุดสืบสวนเฉพาะกิจ สามารถติดตามจับกุมได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงนายภาสพล โดยมีค่าหัวเป็นเงิน 9 หมื่นบาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถยึดอาวุธปืน ขนาด 9 มม. และรถเก๋งนิสสัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่ใช้ก่อเหตุ และยังมีบัตรราชการทหารที่ถูกทำปลอมขึ้น

จากนั้นได้นำตัวนายกันต์ธร ผู้ต้องหาไปยังจุดเกิดเหตุใกล้กับจุดชมวิวผาเสวยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวก่อนหน้านี้ได้นำตัวผู้ตายออกจากบ้านมาตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา โดยเดินทางมาด้วยรถเก๋ง ซึ่งตนเองได้รับการติดต่อจากนายมนูญ หรือเสธ.นูญ และได้มารับตนที่จังหวัดปทุมธานี ก่อนออกเดินทาง โดยไม่รู้ว่าผู้ตายเป็นใคร จากนั้นเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เสธ.นูญได้ยื่นอาวุธปืนให้พร้อมขึ้นนก ทันทีเมื่อผู้ตายเดินลงไปปัสสาวะข้างทาง จึงได้เดินลงไปลั่นไกที่ด้านหลังจนเสียชีวิต จากนั้นก็ได้ผลักศพลงไปข้างทางแล้วรับเงินค่าจ้างและแยกย้ายกันหลบหนี

พล.ต.ต.อภิชิตกล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นรายที่ 6 ซึ่งหลบหนีการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ความพยายามในการแกะรอยเป็นอย่างมากจนสามารถจับกุมได้ ซึ่งในกลุ่มนี้ปกติจะมีอาชีพขับรถแท็กซี และมีอาชีพรับจ้างทวงเงิน แต่ในกรณีนี้ผู้ต้องหาที่ลั่นไก คงจะเป็นการรับจ๊อบ เมื่อมีคนจ้างทำงานก็ทำ ซึ่งต่อไปนี้ก็คงเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการทางศาล หลังจากที่ได้ส่งสำนวนคดีไปยังอัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็คงจะมีการส่งเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการเอาผิดต่อไป

Advertisement