โคราชจับหัวโจกป่วนเมืองปรับทัศนคติได้ผล โจ๊สารภาพผิดจริง สัญญาเลิกเด็ดขาด

22.08.16 | 11:22 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมสตาร์เวลล์บาหลี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อม พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.อ.สายัน ทัศศรี เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 21 (มทบ.21) กองทัพภาคที่ 2 และนายศิระ บุญธรรมกุล ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ร่วมเปิดโครงการเยาวชนจิตอาสา “ อาสาขาแรง ” โดยมีเด็กและเยาวชนกลุ่มพฤติกรรมเสี่ยงจำนวนกว่า 200 คน ร่วมรับฟังการชี้แจงให้ความรู้และทำความเข้าใจ ปัญหาการขับขี่รถแข่งขันในทางสาธารณะ ซึ่งกระทำด้วยความคึกคะนอง โดยไม่คำนึกถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อมุ่งหวังให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่สร้างความเดือดร้อน รวมทั้งป้องกันและแก้ไขปัญหาและช่วยลดสถิติคดีเกี่ยวกับอาชญากรรม ยาเสพติด และอุบัติเหตุจราจร ซึ่งเป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อันดีและลดช่องว่างระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้เกี่ยวข้องให้นำไปสู่เป็นการนำร่องและเป็นต้นแบบอย่างเป็นรูปธรรม


พล.ต.ต.ฐากูร ฯ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัจจุบันการกระทำผิดกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหนึ่งเกิดจากความอยากรู้ อยากลอง อยากเห็น อยากแสดงออก แต่มักขาดความรู้และจิตสำนึกในการกระทำ ในพื้นที่รับผิดชอบ 51 สถานีตำรวจ พบการนัดรวมกลุ่มนำรถจักรยานยนต์ขับไปตามถนนต่างๆ หรือขับประลองความเร็ว ปรับแต่งท่อไอเสียให้เสียงดัง เพียงแค่อยากแสดงออก เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆในกลุ่ม หรือให้เข้ากลุ่มได้ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การก่ออาชญากรรมต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงมีแนวความคิดนำกลุ่มเสี่ยง มาฝึกอบรมพร้อมปรับเปลี่ยนทัศนคติ ให้มีจิตอาสา เพื่อสาธารณะ ไม่ไปแสดงออกในทางที่ผิดหรือไม่ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้สังคม หลังเสร็จกิจกรรมฝึกอบรม เราจะนำพวกเขาไปเป็นอาสาสมัครออกปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะเกิดผลดี เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจ รู้จักคุ้นเคยและเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นต่างๆได้ดีกว่าเจ้าหน้าที่

ด้านนายวีระวัชร์ หรือมิกซ์ รัตนนาศี อายุ 19 ปี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้นำจักรยานยนต์ไปขับแข่งขันกับเพื่อนๆ แม้จะทราบว่าเป็นการผิดกฎหมาย แต่เพราะอยากลองและได้ท้าทาย จึงเป็นแรงกระตุ้นให้กระทำผิด ต่อไปจะต้องเลิกเด็ดขาด เพราะคนในครอบครัวเป็นห่วงเป็นใย

นายพรณรงค์ หรือต้อม บัวกลาง อายุ 34 ปี ชาวตำบลหลุมข้าว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า กิจกรรมนี้มีประโยชน์ต่อสังคม สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดซึ่งต้องเริ่มจากการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชน ตนจะนำความรู้ไปบอกกล่าวสั่งสอนให้นน้องเลือกทางเดินผิด

Advertisement