เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 สิงหาคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พร้อมด้วยนางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง พี่สาวและภรรยาของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ที่เสียชีวิตในอุบัติรถยนต์ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด เพื่อร้องขอความเป็นธรรมในการพิจารณาสำนวนคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกรวม 5 รายตกเป็นผู้ต้องหาและคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตกเป็นต้องหาฐานร่วมกันฆ่า นายชูวงษ์ โดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีข่าวว่าพนักงานสอบสวน เตรียมจะสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาสั่งคดีภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยมี ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนอัยการสูงสุด รับหนังสือแทน
ขณะที่ นางวันเพ็ญ พี่สาวของนายชูวงษ์ กล่าวว่า การร้องขอความเป็นธรรมคดีหุ้นเพราะไม่สบายใจมาก หลังออกหมายจับและได้ตัวผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วปล่อยปี 2558 โดยมีการส่งสำนวนให้อัยการแล้วเวลาผ่านมานานนับปีแต่คดียังไม่คืบหน้าอัยการยังไม่มีคำสั่งคดี โดยตนเห็นว่า เมื่อมีการออกหมายจับแล้วก็ น่าจะมีหลักฐานชัดเจนพอที่สรุปสำนวน ส่วนคดีร่วมกันฆ่านั้นต้องขอบคุณกองปราบปรามที่ได้รวบรวมหลักฐานและเห็นว่าตำรวจเคยให้สัมภาษณ์ว่าส่งสำนวนให้อัยการภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยเราพร้อมจะเป็นโจทก์ร่วมทั้งสองคดีด้วย ซึ่งการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมนั้น ได้แสดงความเป็นห่วงทั้ง 2 คดี โดยห่วงเรื่องการวิ่งเต้น ก็อยากขอให้อัยการได้มีการตั้งคณะทำงาน
ขณะที่ ร.ท.สมนึก โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า จะรับหนังสือเสนออัยการสูงสุดพิจารณาต่อไป โดยโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ก็ได้กล่าวชี้แจงถึงขั้นตอนการสั่งคดีให้พี่สาวและภรรยาของนายชูวงษ์ ทราบด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีร่วมการปลอมเอกสารโอนหุ้นของนายชูวงษ์นั้น ก่อนนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นางวันเพ็ญ และนางศิริรัตน์ พี่สาวกับภรรยาของนายชูวงษ์ ได้เดินทางเข้าพบ นายสุทธิ กิตติศุภพร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการสั่งคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน , น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อดีตพริตตี้คนสนิทนายชูวงษ์ , น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์ คนสนิท พ.ต.ท.บรรยิน และ น.ส.ศรีธรา พรหมา มารดาของ น.ส.อุรชา ผู้ต้องหาคดีร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม , ร่วมกันลักทรัพย์ และรับของโจร ซึ่งเป็นหุ้นบริษัทของนายชูวงษ์ มูลค่ากว่า 300 ล้านบาทด้วย โดยสำนวนดังกล่าวพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสี่ ส่งให้พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 พิจารณาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2558 ซึ่งขณะนี้สำนวนคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 หลังจากได้มีการสั่งสอบสวนเพิ่มเติม
ส่วนคดีร่วมกันฆ่าฯ นั้น พ.ต.ท.บรรยิน ถูกจับกุมตัวตามหมายจับคดีร่วมกันฆ่าฯ ที่ รีสอร์ท อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขังไว้ต่อศาลจังหวัดพระโขนง ซึ่งอนุญาตให้ประกันตัวชั้นฝากขัง ในวงเงิน 2 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการฝากขังครั้งที่ 5 ที่จะครบกำหนดวันที่ 27 สิงหาคมนี้

