จับสารวัตรเก๊คาร้านโอเกะ เบ่งกินฟรี ขู่เจ้าของร้าน อ้างดื้อๆแค่แปะโป้งค่าอาหาร

23.08.16 | 08:33 น.

เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 23 สิงหาคม พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ รอง ผบก.น.2 พ.ต.ท.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวิลากุล รอง ผกก.ป.สน.โคกคราม และพ.ต.ท.พีรรัฐ โยมา สวป.สน.โคกคราม พร้อมกำลังร่วมกัน จับกุมนายกิตติวัฒน์ หริ่งสำโรง อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นตำรวจยศสาวรวัตรกองบังคับการปราบปราม พร้อมวิทยุสื่อสาร สีแดงดำ 2 เครื่อง บัตรประจำตัวบริษัทรักษาความปลอดภัยของเอกชน 3 ใบ ระบุ”ร.ต.อ.กิตติวัฒน์ หริ่งสำโรง”ทุกใบ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาวคาดแดง ติดตราสัญลักษณ์กองบังคับการปราบปราม ไว้ด้านหน้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยจับกุมได้บริเวณด้านหน้าร้านเหมือนฝัน คาราโอเกะ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม

หลังจากมีร้านอาหาร สถานประกอบการในพื้นที่หลายแห่ง ร้องเรียนมาว่ามีชายไม่ทราบชื่อ มักขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่มีการติดตราสัญลักษณ์กองบังคับการปราบปราม มานั่งรับประทานอาหารตามร้านต่างๆ พร้อมทั้งอ้างตัวเป็นนายตำรวจ ตำแหน่ง”สารวัตรกองปราบ”หรือ”สารวัตรปราบปราม สน.วังทองหลาง” เมื่อรับประทานอาหารเสร็จจะไม่ยอมจ่ายเงิน พร้อมทั้งข่มขู่เจ้าของร้าน

ต่อมา เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ พ.ต.ท.พีรรัฐ โยมา สวป.สน.โคกคราม กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สน.โคกคราม ว่าพบชายเข้ามาก่อเหตุอีกครั้ง ภายในร้านเหมือนฝัน คาราโอเกะ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบนายกิตติวัฒน์ อ้างว่าเคยรับราชการเป็นตำรวจ แต่ได้ลาออกมาแล้ว ไม่มีเจตนาไม่จ่ายค่าอาหาร เพียงแค่ขอค้างชำระไว้เท่านั้น ให้การวกไปวนมา ตรวจค้นพบวิทยุสื่อสาร และบัตรประจำตัวดังกล่าว รวมทั้งในร่างกายไม่พบเงินสดติดตัวมาแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวสอบสวน ที่สน.โคกคราม

จากกการสอบสวนนายกิตติวัฒน์ให้การรับสารภาพ ว่าไม่มีเงินติดตัว เนื่องจากตกงาน ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง จนขาดรายได้ จึงต้องมากระทำการลักษณะดังกล่าว ไม่เคยรับราชการเป็นตำรวจมาก่อน สาเหตุที่ต้องแอบอ้าง เนื่องจากต้องการให้ร้านเกรงใจ และสามารถค้างค่าอาหารไว้ได้ วันนี้เพียงต้องการมาขอดื่มน้ำเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาไม่ชำระค่าอาหารแต่อย่างใด และทำลักษณะนี้มาได้เพียง 1 เดือน ในท้องที่สน.โคกคราม ส่วนวิทยุสื่อสารทั้ง 2 เครื่องเป็นของตนจริง แต่ไม่มีใบรับอนุญาต

อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาเคยติดคดี ฉ้อโกงค่าอาหาร พื้นที่ สน.โชคชัย ปี 2549 หากมีผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายก่อเหตุลักษณะดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความเพื่ออายัดคดีเพิ่มเติมได้ที่ สน.โคกคราม เพื่อไม่ให้เจ้าตัวออกไปสร้างความเดือดร้อน รวมทั้งสร้างเสียหายให้กับวงการตำรวจได้อีก เบื้องต้นแจ้งข้อหามี ใช้ ซึ่ง เครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement