ดีเอสไอ รับคดีสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เป็นคดีพิเศษ พบเข้าข่ายฟอกเงินเป็นขบวนการ

ดีเอสไอ รับคดีสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เป็นคดีพิเศษ พบเข้าข่ายฟอกเงิน เป็นขบวนการ

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  คณะกรรมการกลั่นกรองคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้รับเรื่องกรณีผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด กระทำเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ดำเนินการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ โดยรับเป็นที่คดีพิเศษ 25/2564 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564

ทั้งนี้ คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากดีเอสไอ ได้รับหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้พิจารณาสั่งการให้ดีเอสไอ รับคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เป็นคดีพิเศษ

โดยได้แนบหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ ของ รองศาสตรจารย์ ชูชาติ ธรรมเจริญ เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ สอบสวนการทำธุรกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ และให้ดำเนินการตามกฎหมายกับคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด ซึ่งมี ดร.บัญชา ชลาภิรมย์, ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา และบุคคลอื่น ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้บริหาร ได้ร่วมกันเบียดบัง นำเงินฝากของสมาชิกออกจากสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

มีพฤติการณ์การกระทำความผิดโดยการนำเงินไปฝากและให้เงินกู้แก่สหกรณ์หลายแห่ง โดยการนำเงินไปฝากหรือให้กู้นั้น ไม่เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด อันเป็นการยักยอกและหรือร่วมกันยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา โดยร่วมกันกระทำหลายครั้ง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน ตามมาตรา 3(18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยในการเบียดบังนำเงินของสมาชิกออกจากสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้น

ทั้งนี้ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด มีพฤติการณ์นำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดดังกล่าว ไปโอน รับโอน ไปยังบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 5 และสมคบกันฟอกเงิน ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นความผิดตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547

โดยการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าว มีความซับซ้อนในการกระทำความผิด กระทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ แบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน สร้างความเสียหายมีมูลค่าสูง อันส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือระบบเศรษฐกิจของประเทศ หรือกระทบต่อระบบสหกรณ์โดยรวม เข้าหลักเกณฑ์ในการรับเป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) (ก) (ข) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ม.หอการค้า ชี้มาตรการรัฐดัน ศก.ฟื้นตัว คาดทั้งปี 64 จีดีพีมีโอกาสโตเกิน 3% หากคลายล็อกท่องเที่ยว
บทความถัดไปลำปางหมอกควันพุ่ง หลังไฟป่าลุกไหม้พื้นที่เกษตร (มีคลิป)