ปิดล้อมตรวจค้นตามแผนสยบไพรี 64/5 “ปฏิบัติการสยบโพยก๊วนบังลาย” หลังจากเคยจับเฮโรอีน 400 กก. เมื่อต.ค.ปีที่แล้ว ขยายผลจับกุมผู้ค้ายาเสพติดเครือข่ายเฮโรอีนและไอซ์ข้ามชาติ ยึดไอซ์ 400 โล
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร.(ปป), พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัยเจริญวงศ์รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลางผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันอำนวยการสืบสวนปราบปรามยาเสพติด คดีที่ 1“ปฏิบัติการยึดทรัพย์โพยก๊วนบังลาย” สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตำรวจ บก.ปส.3 บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 6 คน พร้อมด้วยของกลางเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม สอบสวนนายอนุวัฒน์ เถื่อนประดิษฐ์ หนึ่งในผู้ต้องหารับว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของนายธวัชชัย อ้อมชมภู มีฉายาวงการยาเสพติดว่า “บังลาย” ว่าจ้างให้ทำการลำเลียงยาเสพติดและรับว่าทำหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับเงินค่ายาเสพติดให้กับนายธวัชชัย โดยลูกค้าที่ซื้อยาเสพติดจากนายธวัชชัย จะโอนเงินค่ายาเสพติดเข้าบัญชีธนาคารของนายอนุวัฒน์ จากนั้นจะถอนเงินสดออก นำไปฝากเข้าบัญชีคำสั่งนายธวัชชัย ตำรวจจึงขยายผลเส้นทางการเงินของกลุ่มเครือข่ายนายธวัชชัย ผู้สั่งการพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยนายธวัชชัยทำหน้าที่เป็นนายทุนติดต่อซื้อยาเสพติดจากกลุ่มผู้ผลิตในประเทศเมียนมา เมื่อซื้อยาเสพติดได้แล้วก็จะลำเลียงเข้าประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ก่อนส่งต่อให้กับทีมลำเลียงลงไปในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ โดยยาเสพติดประเภทยาบ้าและไอซ์จะทำการจำหน่ายภายในประเทศ ส่วนเฮโรอีนและไอซ์ที่มีจำนวนมากจะถูกส่งลงไปภาคใต้เพื่อต่อไปยังประเทศที่สาม ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับเงินค่ายาเสพติดจะใช้วิธีการให้บุคคลในเครือข่ายทำการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินค่ายาเสพติด โอนเงินเข้าบัญชีต่อกันเป็นทอด ๆ จนถึงบัญชีของบุคคลที่ทำหน้าที่ในการถอนเงินสดออกรวบรวมเงินแล้วลักลอบนำเงินสดขนข้ามชายแดนกลับไปสู่กลุ่มผู้ผลิตที่อยู่ในประเทศเมียนมา ซึ่งกลุ่มบัญชีที่ใช้ถอนเงินสดจะดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลที่ทำธุรกิจส่งออกสินค้าบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา โดยบุคคลเหล่านี้จะนำเงินสดซุกซ่อนอำพรางไปกับสินค้าขนข้ามชายแดนไปให้กับเครือข่ายของนายธวัชชัย ที่อยู่ในประเทศเมียนมา
จึงร่วมเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามแผนสยบไพรี 64/5 “ปฏิบัติการยึดทรัพย์โพยก๊วนบังลาย”จับกุมบุคคลที่ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดและบุคคลที่ดำเนินการฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดซึ่งถูกออกหมายจับแล้ว จำนวน20 เป้าหมาย มีจุดตรวจค้น จำนวน 27 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 14 ราย
ตรวจยึดทรัพย์สิน
2.1 ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง มูลค่าประมาณ 75,000,000 บาท
2.2 รถยนต์ 10 ล้อ จำวน 1 คัน
2.3 รถยนต์ 6 คัน
2.4 ทองรูปพรรณ น้ำหนัก 5 บาท มูลค่าประมาณ 150,000 บาท
2.5.เครื่องออกกำลังกาย 50 ชุด
2.6.กระเป๋าแบรนเนม 4 ใบ
2.7 เงินสด มูลค่าประมาณ 1,420,000 บาท
2.8 นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน
2.9 เงินสดในบัญชีธนาคารมูลค่าประมาณ 4,000,000 บาท
2.10 สินค้าส่งออกมูลค่าประมาณ 10,000,000 บาท
2.11 เครื่องจักรโรงงานส่งออกมูลค่าประมาณ 1,000,000 บาท
รวม 100,305,000 บาท
รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 100 ล้านบาท
จากนั้นคดีที่ 2 “ขยายผลจับกุมผู้ค้ายาเสพติดเครือข่ายเฮโรอีนและไอซ์ข้ามชาติ”
จับกุมนายทนง อ่ำแตง ผู้ต้องหาพร้อมพวกรวม 4 คน พร้อมไอซ์ น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม และเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 412 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังการจับกุมทำการยึดอายัดทรัพย์สินเบื้องต้นหลังจับกุม เป็นที่ดิน,อาคารพาณิชย์,รถยนต์,จักรยานยนต์ และอาวุธปืน รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท
โดยกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด จะลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่ภาคกลาง,ภาคตะวันออก แล้วส่งต่อไปยังประเทศที่สาม โดยจะนำยาเสพติดมาซุกซ่อนในพื้นที่ใกล้เคียง โดยวิธีการซุกซ่อนในรถกระบะตู้ทึบแล้วนำไปจอดไว้ในที่นัดหมาย จากนั้นจะมีผู้มาขับรถที่บรรทุกยาเสพติดไป และในการดำเนินการเรื่องเงินค่ายาเสพติดจะใช้วิธีการให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในต่างประเทศ เพื่อเป็นการอำพรางปิดบังเงินที่ได้
โดยกลุ่มผู้สั่งการอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน มอบหมายให้ นายทรงศักดิ์ วัชรปรีชากูล เป็นตัวแทนในการเจรจาซื้อขายยาเสพติด และขยายผลจนทราบว่านายทรงศักดิ์ฯ อาศัยอยู่ ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนเข้าตรวจค้น จำนวน 2 เป้าหมายตรวจค้น 1 เป้าหมายจับ โดยได้กำหนดแผนปฏิบัติการเพื่อปิดล้อมตรวจค้นจับกุมและยึดทรัพย์กลุ่มเครือข่ายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 2 จุดตรวจค้น ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย โดยจะทำการจับกุมบุคคลตามหมายจำนวน 1 ราย และยึดอายัดทรัพย์สิน เป็นบ้าน,ที่ดิน,ยานพาหนะ,เงินสดและทรัพย์สิน รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 5 ล้านบาท








