เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 มีนาคม พ.ต.ต.บุญเยี่ยม อุ่มจาน สว.(สอบสวน) สภ.เลิงนกทา รับแจ้งว่าไฟไหม้บ้านเรือน บริเวณฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา จ.ยโสธร จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานรถดับเพลิงเข้าไปช่วยกันฉีดน้ำดับไฟ
ที่เกิดเหตุพบมีเปลวไฟกำลังลุกไหม้บ้านอย่างรุนแรง และมีกลุ่มควันจำนวนมากลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านใกล้เคียง โดยจุดเกิดเหตุเป็นห้องแถวไม้สภาพเก่าชั้นเดียว หลังคามุงสังกะสีปลูกติดกันหลายคูหา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านขายของชำ ร้านอาหารตามสั่ง และร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ เนื่องจากสภาพห้องแถวที่เป็นไม้เก่าประกอบกับเป็นช่วงกลางวันที่อากาศร้อนจัดจึงทำให้เปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วจนไปติดห้องแถวข้างเคียงได้รับความเสียหายไปทั้งหมด จำนวน 5 คูหา จนทำให้สินค้าภายในร้านถูกไฟไหม้จนได้รับความเสียหายทั้งหมด และมีนางสุพัตรา สุนทรา อายุ 64 ปี ภรรยาเจ้าของบ้านต้นเพลิงถูกไฟลวกจนได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง และบริเวณใบหน้าขณะฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปยกเอาถังแก๊ส จำนวน 3 ถัง ออกมาจากตัวบ้านเพราะกลัวว่าถังแก๊สจะระเบิดขึ้นได้ ซึ่งต้นเพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณด้านหลังบ้านเลขที่ 413 ถนนทยาปัดสา ต.สวาท อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากการสอบถาม นายสถัด สายทา อายุ 65 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เปิดร้านตามปกติและขณะนั้นตนได้นั่งดื่มกาแฟคุยกันกับภรรยาอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านซึ่งเป็นเป็นร้านอาหารตามสั่งและร้านขายของชำ จากนั้นตนปวดปัสสาวะจึงเดินไปปัสสาวะที่ห้องน้ำด้านหลังบ้าน และต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าเปลวไฟไม่รู้มาจากไหนกำลังลุกไหม้เสื้อผ้าที่แขวนอยู่ที่ราวแขวนทางด้านหลังบ้านอย่างรุนแรงก่อนจะลุกลามไปติดกองลังกระดาษที่อยู่ใกล้เคียงอีกจนลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากนั้นตนจึงรีบตะโกนให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงไปช่วยกันดับไฟแต่ไม่สามารถดับไฟได้ เนื่องจากเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนเข้าใกล้ไม่ได้จนไหม้สินค้าต่างๆ ภายในบ้านรวมทั้งตัวบ้านจนได้รับความเสียหายทั้งหมด แล้วจึงลุกลามไปติดบ้านข้างเคียงอีกจนได้รับความเสียหายไปทั้งหมด จำนวน 5 หลัง และภรรยาของตนได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟลวกไปด้วยขณะฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปยกถังแก๊สภายในบ้านออกมา ซึ่งในขณะเกิดเหตุได้มีช่างกำลังเข้าไปซ่อมแซม และต่อเติมบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันแต่ไม่ทราบว่าช่างได้มีการเชื่อมเหล็กหรือไม่ และตนก็ไม่ทราบสาเหตุว่าเปลวไฟที่ลุกไหม้มาจากอะไรกันแน่ เพราะจุดต้นเพลิงเป็นบริเวณหลังบ้านและเป็นจุดที่มีการแขวนเสื้อผ้าเอาไว้เป็นจำนวนมาก และยืนยันว่าจุดดังกล่าวไม่มีการต่อสายไฟฟ้าหรือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่อย่างใด ส่วนมูลค่าความเสียหายในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท
พ.ต.ต.บุญเยี่ยมกล่าวว่า สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าไปเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


