วันที่ 12 มีนาคม นายจรัล สังข์แก้ว อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 4 ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม พร้อมครอบครัว นำเอกสารเข้าร้องเรียนต่อ สมาคมสหภาคีเพื่อผู้บริโภคจังหวัดนครปฐม เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องค่ารถยก ที่ยกรถกระบะระยะทาง ไม่เกิน 30 กิโลเมตร สูงถึง 78,500 บาทแพงเกินความเป็นจริง
นายจรัล สังข์แก้ว กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 โดยได้นำวัวไปเลี้ยงริมถนนเส้นศาลากลาง บังเอิญขณะนำวัวข้ามถนน ถูกรถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ผจ 3236 นครปฐม ชนลูกวัวได้รับบาดเจ็บ รถเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถไปที่ สภ.เมืองนครปฐม ตำรวจนำช่างมาประเมินราคา ก่อนจะให้เจ้าของรถคันดังกล่าว นำรถไปซ่อม ซึ่งบังเอิญรถคันดังกล่าว มีประกันของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้มีการติดต่อกันเลย จนเวลาผ่านไปประมาณ 2 เดือน บริษัทประกันภัยดังกล่าว มีหนังสือแจ้งมา เรียกเก็บค่าใช้จ่าย กว่า 1.7 แสนบาท และอีกเดือนต่อมา มีหนังสือเรียกเก็บมาอีกฉบับ เพิ่มเป็น 1.8 แสนบาท โดยไม่มีรายละเอียดอะไรแจ้งให้ทราบเลย และบอกให้ตนติดต่อกลับบริษัท ซึ่งตนเปิดดูรายละเอียด มีเรื่องรถยกที่แพงผิดปกติ 78,500 บาท ระยะทางไม่เกิน 30 กิโลเมตร
ทางด้าน น.ส.วิภารัตน์ พิพัฒน์เตชากร นายกสมาคมสหภาคีเพื่อผู้บริโภคจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสาร รายละเอียดทั้งหมด พบว่า ค่ารถยกแพงผิดปกติ แพงเกินความเป็นจริง ในนามของสมาคมฯ ที่ทำงานเพื่อผู้บริโภค หน่วยรับเรื่องร้องเรียนตามมาตรา 50 (5) จะทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพาไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เรื่องค่ารถยกแพงเกินความเป็นจริง เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์หรือไม่
นอกจากนี้ ติดต่อกับรถยกก็ไม่ได้ ตรวจสอบรายละเอียดการประกอบการ ไม่มีข้อมูลอยู่ในสารระบบของสรรพกร จึงไม่รู้ว่ามีตัวตนประกอบการจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามจะได้นำผู้เสียหายไปร้องศูนย์ดำรงธรรมก่อน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพฤติกรรมของรถยกรายนี้ จะได้ไม่ไปเรียกเก็บกับรายอื่นๆ แพงแบบนี้อีก

