คุมประพฤติ แจงปม บช.ปส.จับผู้ต้องหาเครือข่ายยา ไม่ได้ติด ‘กำไลEM’ ไปส่งยา
จากกรณีปรากฏข่าวสื่อออนไลน์กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) แถลงผลการจับเครือข่ายยาเสพติด ได้ผู้ต้องหารวม 15 คนและยึดอายัดยาบ้าได้มากกว่า 5 ล้านเม็ด โดยคดีแรกจับกุมนายวีรศักดิ ทองปิก อายุ 33 ปี ชาว ต.ระวิง อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ โดยเนื้อข่าวระบุว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวอยู่ระหว่างถูกติดอุปกรณ์อีเอ็มเพื่อคุมความประพฤติ
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต. อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวชี้แจงว่า จากการตรวจสอบ ไม่พบว่าเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างติดอุปกรณ์อีเอ็ม ของคุมประพฤติ และจากการตรวจสอบชื่อ-สกุลและที่อยู่จากระบบสารสนเทศกรมคุมประพฤติและระบบ DXC พบประวัติ ชื่อนายวีระศักดิ์ ทองปิก จำนวน 3 ครั้ง 2คดี ดังนี้ คดีที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2546 ภารกิจควบคุมและสอดส่องเด็ก ภายหลัง หลีง(หลัง) โดยศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบูรณ์ พิพากษาให้คุมความประพฤติในความผิด พ.ร.บ.อาววุธปืน ผลการคุมความประพฤติพ้นคุมประพฤติด้วยดี
ต่อมาคดีที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2553 เป็นภารกิจสืบเสาะลดวันต้องโทษจำคุก ของสำนักงานคุมประพฤติเพชรบูรณ์ ความเห็นสมควรปล่อยและคดีที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2554 เป็นภารกิจตรวจพิสูจน์และฟื้นฟูฯ ของสำนักงานคุมประพฤติกทม.2 ผลการฟื้นฟูไม่เป็นที่พอใจเพราะไม่มีฟื้นฟูตามกำหนดเวลา เมื่อช่วงปี2561 แต่ไม่มีการติดกำไลอีเอ็มแต่ออย่างใด
นายวิตถวัลย์ ยังกล่าวว่า ตนยังได้จากการตรวจสอบกับหัวหน้าฝ่ายข่าวปปส. ภาค 6 ยืนยันว่า ขณะจับกุมนายวีระศักดิ์ ไม่มีถูกติดกำไลอีเอ็ม แต่อย่างใด และมีการสอบถามเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทราบเพิ่มเติมว่าขณะจับกุมผู้ต้องหาต่อสู้ขัดขวางทางเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์รัดข้อเท้า. และจาการตรวจสอบรูปภาพที่จับกุมก็ไม่มีการติดกำไลอีเอ็ม
ดังนั้นข่าวที่ปรากฎ จากทางเจ้าหน้าที่น่าจะการให้ข่าวที่คาดเคลื่อน ซึ่งทางกรมคุมประพฤติจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริง และที่ผ่านมามีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ประสานขอข้อมูลผู้ต้องสงสัย ที่อยู่ระหว่างการควบคุมของทางกรมคุมประพฤติและติดกำไลอีเอ็ม เพื่อเป็นช่องทางการขยายผลการจับกุมทางคดี ซึ่งทางกรมคุมประพฤติก็ให้ความร่วมมือที่ดีมาตลอดไม่ได้มีปัญหาระหว่างหน่วยงาน
นายวิตถวัลย์ กล่าวต่อว่า อย่างไรการตามตนมองว่าการติดกำไลอีเอ็ม ในกลุ่มบุคคลที่ต้องเฝ้าระวังนั้นเป็นสิ่งดี เป็นประโยชน์เพราะจะทราบว่าตัวอยู่ที่ไหนใช้เป็นหลักฐานตามตัวได้ง่าย อีกทั้งถ้ายังไปกระทำผิดระหว่างถูกคุมประพฤติ อีกขณะติด ก็หมดโอกาส ต้องถูกลงโทษอาญาและยากที่จะได้รับโอกาสครั้งต่อไป โทษที่ได้รับใหม่จะสูงขึ้น

