ตร.อยุธยา รวบยกแก๊ง ปลอมบัตรปชช.ฉกเงินผู้เสียหายเป็นล้านบาท เตรียมสอบเชิงลึก

25.08.16 | 13:10 น.

วันที่ 25 สิงหาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก. พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา  ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัว นายเอกพจน์ หรือเบิ้ล รัตนากร อายุ  29 ปี นายพัฒนรสพงษ์ หรือต้อม ก้านสนธิ์ อายุ 33 ปี  นายสยาม หรืออุ้ม เทืองผล อายุ 18 ปี นายสุริไกร หรือต้น อนุมาตย์ อายุ 30 ปี นายวิศรุต หรือเบส ศุภนาค อายุ 18 ปี นายไนท์ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.ราชบุรี ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม พร้อมด้วยของการรถยนต์กระบะจำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง


การจับกุมยกแก๊งครั้งนี้ มีขึ้นภายหลังจากที่นายพันธ์สุธี มีลือกิจ อายุ 28  ปี  เจ้าของร้านขายอุปกรณ์ประดับยนต์ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายลวงทำทีเป็นลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ทางเฟซบุ๊ก ขอสำเนาบัตรประชาชน เพื่อยืนยันการส่งสินค้า โดยทางนายพันธ์สุธี ได้ทำการปิดบังหมายเลข 13 หลัก จากนั้นคนร้ายได้นำบัตรประชาชนไปปลอมและแฮกเลข13 หลัก ไปขอซิมมือถือใหม่ แล้วไปของรหัสผ่าน K-Mobile Banking กับคอลเซ็นเตอร์ เมื่อได้รหัสมาคนร้ายก็โอนเงินออกจากบัญชีไปจนหมดรวมทั้งสิ้น จำนวน 986,700 บาท เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สุทธิกล่าวว่า กลุ่มของผู้ต้องหาได้มีการหลอกลวงผู้เสียหายโดยแบ่งหน้าที่กัน นายไนท์ (นามสมมุติ) ได้ใช้เฟซบุ๊กติดต่อกับผู้เสียหาย ติดต่อขอซื้อสินค้า ได้ขอบัตรประชาชน และหมายเลขบัญชี จากนั้นได้โทรไปที่ธนาคารเพื่อสอบถามยอดเงินในบัญชีของผู้เสียหาย แล้วไปโทรติดต่อค่ายโทรศัพท์ของผู้เสียหายเพื่อแจ้งระงับสัญญาณ และขอซิมใหม่ จากนั้นให้นายวิศรุต ปลอมสำเนาบัตรประชาชนโดยใช้การถ่ายเอกสารเปลี่ยนใบหน้าของผู้เสียมาเป็นของตนนายสยาม ให้ไปซิมใหม่ เมื่อได้ซิมมาใหม่นายไนท์ ได้ทำการโทรไปที่คอลเซ็นเตอร์ธนาคาร เพื่อขอรหัสผ่านใหม่ ส่วนนายสุรไกร ทำหน้าที่เปิดบัญชี เพื่อรอรับการโอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหาย นายเอกพจน์ ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะไปเปลี่ยนซิมและกดเงินตามตู้เอทีเอ็มต่างๆ จากนั้นได้แบ่งเงินกันตามสัดส่วน จนกระทั้งมาถูกจับกุมตัว

“โดยการสืบสวนจับกุมตัวในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทางธนาคาร และบริษัทค่ายมือถือ ที่ให้ข้ออมูลเรื่องของภาพกล้องวงจรปิดและเทคโนโลยี่ต่างๆ จนสมารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ ในส่วนของการสืบสวนว่าหมายเลข 13 หลักของผู้เสียหายได้มาจากไหนอย่างไร อยู่ระหว่างการสืบสวน เป็นข้อมูลเชิงลึก จึงขอฝากเตือนประชาชนโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าออนไลน์ ทางเฟซบุ๊ก  ควรปิดบังข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับเช่นเลข 13 หลัก วันเดือนปีเกิด  รวมไปถึงข้อมูลส่วนตัวที่จะปรากฏอยู่ในตัวเฟซบุ๊ก หรือ แอพพ์ต่างๆ” พล.ต.ต.สุทธิกล่าว

Advertisement

ด้านตัวแทนของธนาคารกสิกรไทยซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อกล่าวว่า ในส่วนของธนาคารต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายแก๊งนี้ได้ ทางธนาคารได้มีการปรับเปลี่ยนมาตรการในการขอเปลี่ยนรหัสผ่าน K-Mobile Banking ไม่ให้ทำผ่านคอลเซ็นเตอร์ และเพิ่มการตรวจความถูกต้องความชัดเจน ในตัวลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ น.ส.ชุติพร บัวเกตุ อายุ 33 ปี เจ้าของร้านประดับยนต์ ในย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี หนึ่งในผู้เสียหายถูกแก๊งคนร้ายกลุ่มเดียวกัน กล่าวว่าตนเองก็ถูกคนร้ายลักเงินสดไปจากบัญชีธนาคารเป็นจำนวนเงิน 200,000 กว่าบาท วิธีการเดียวกัน ธนาคารเดียวกัน ค่ายโทรศัพท์เดียวกัน  ได้แจ้งความไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหาย อีกสองรายก็ถูกคนร้ายแก๊งเดียวกันนี้ลักเอาเงินสดไปจากบัญชี