รวบแล้วหนุ่มมอญ ใช้มีดจ้วงแทงเมียท้อง 6 เดือน เผยเคยฆ่าพ่อตัวเอง หลบหนีมาเมืองไทย

15.03.21 | 19:14 น.

รวบแล้วหนุ่มมอญ ใช้มีดจ้วงแทงเมียท้อง 6 เดือน เผยเคยฆ่าพ่อตัวเอง หลบหนีมาเมืองไทย

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ขณะ ร.ต.ท.จีระพงศ์ เกิดเรณู รอง สวส.สภ.สังขละบุรี ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายที่บริเวณหมู่บ้านใหม่พัฒนา หมู่ 7 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลสังขละบุรี ร่วมชันสูตร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ จุดรับแจ้งเหตุสังขละบุรี สนับสนุน ที่เกิดเหตุในชุมชนชาวมอญ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่วัดบ้านใหม่พัฒนา พบศพหญิงชาวพม่า เชื้อชาติมอญ นอนเสียชีวิตอยู่กลางหมู่บ้าน


ทราบชื่อต่อมาคือ นางตันเตา อายุ 25 ปี โดยผู้เสียชีวิตตั้งท้องได้ 6 เดือน มีบาดแผลถูกมีดฟันบริเวณลำคอ 1 แผล และถูกมีดแทง บริเวณลำคออีก 2 แผล ส่วนฆาตกรที่ลงมือทำร้ายนางตันเตา จากคำบอกเล่าของเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ก็คือ นายมอนตึง อายุ 26 ปี สามีของผู้ตายเอง สำหรับสาเหตุที่ทำให้นายมอนตึง ทำร้ายภรรยาตนเองจนเสียชีวิตในครั้งนี้

เนื่องจาก นายมอนตึง สามีติดยาบ้า ช่วงเกิดเหตุน่าจะขอเงินภรรยาเพื่อจะนำเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ แต่ถูกภรรยาปฏิเสธ และด่าทอ จึงเกิดความโมโห และพยายามจะทำร้าย ภรรยาจึงวิ่งหนีออกจากบ้าน มาบริเวณลานกลางหมู่บ้านเพื่อร้องขอให้เพื่อบ้านช่วยเหลือ

Advertisement

แต่บังเอิญล้มลงกับพื้น นายมอนตึงวิ่งตามมาทัน จึงใช้มีดอีเหน็บจวงแทงและฟันจนเสียชีวิต ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ และเสียงกรีดร้องของลูกสาวคนโตวัย 7 ขวบ ก่อนอาศัยความชุลมุนวิ่งข้ามน้ำข้างหมู่บ้านหายเข้าไปในป่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

จากการบอกเล่าของญาติ พบว่า นายมอนตึง และนางตันเตา แต่งงานกันมาจากหมู่บ้านอื่น ก่อนมาอาศัยอยู่ที่ชุมชนชาวมอญในพื้นที่วัดบ้านใหม่พัฒนา แห่งนี้ได้ประมาณ 6 ปีเศษ โดยทั้ง 2 คนมีอาชีพรับจ้าง มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้หญิง อายุ 7 ขวบ ชื่อ ด.ญ.เซโซ๋โนน คนที่ 2 เป็นผู้ชาย ชื่อ ด.ช.กุมปาย อายุ 3 ขวบ โดย นางตันเตา กำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน ก่อนหน้านี้ทั้งสองมักมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง

เนื่องจากนายมอนตึง สามี เสพยาบ้า ที่มีจำหน่ายในชุมชนแห่งนี้ แต่ก็ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน โดยอุปนิสัย นายมอนตึงเป็นคนเงียบขรึม โมโหร้าย และเคยกระทำความผิดด้วยการทำร้ายพ่อของตนเองจนเสียชีวิต ที่เมืองเย ประเทศเมียนมา ก่อนจะหนีความผิดมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย และมาก่อเหตุทำร้ายภรรยาของตนเองจนถึงแก่ชีวิต

ซึ่งภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สังขละบุรี จึงได้เร่งออกติดตามตัว นายมอนตึง พร้อมทั้งประสานผู้นำชุมชน ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ หากใครพบเห็นให้แจ้งเบาะแส และให้ระวัง นายมอนตึง เนื่องจากคาดว่านำมีดอีเหน็บเล่มที่ก่อเหตุติดตัวไปด้วย และทิศทางที่หนีไป มีชาวบ้านที่ทำสวนยางและเฝ้าฝูงปศุสัตว์อยู่ในพื้นที่เกรงจะถูกนายมอนตึงทำร้ายได้

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. ที่ผ่านมา ทหาร ร้อย ทพ.1107 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านห้วยกบ หมู่ที่ 6 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ว่าพบชายต้องสงสัย มีลักษณะคล้ายคนเมายา เดินอยู่บริเวณริมถนนสายบ้านห้วยกบ-ห้วยมาลัย อาจจะเป็นนายมอนตึง ที่ก่อเหตุฆ่าเมีย ในพื้นที่บ้านใหม่พัฒนาก็ได้ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบตามที่ชาวบ้านแจ้ง พบนายมอนตึง ผู้ต้องหาคดีฆ่าภรรยาตนเอง กำลังจะหลบหนีใช้การเดินเท้าออกนอกประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะใช้เส้นทางบ้านห้วยกบ-ปะไรโหนก

จึงถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ก่อน ต่อมาจึงประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ต่อมา ร.ต.ท.จีระพงศ์ เกิดเรณู รอง.สว.สภ.สังขละบุรี พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.สังขละบุรี จึงเดินทางมารับตัวนายมอนตึงไปยังบ้านใหม่พัฒนา เพื่อทำแผนประกอบการรับสารภาพ

ก่อนนำตัวกลับสอบสวนที่ สภ.สังขละบุรี พร้อมทั้งนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย โดยที่นายมอนตึงยังคงมีอาการเหมือนคนเมายา และมีท่าทางอ่อนเพลีย เนื่องจากไม่ได้นอน ประกอบช่วงที่หลบหนี

ต้องเดินลัดเลาะตามป่าเขามาเป็นระยะทางกว่า 12 กม. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามสอบถามถึงสาเหตุการลงมือฆ่าเมียตัวเองครั้งนี้ แต่นายมอนตึงยังไม่อยู่ในสภาพที่ให้การได้ จึงควบคุมตัวไว้ เพื่อรอการสืบสวนถึงมูลเหตุในการลงมือฆ่าในครั้งนี้

ทั้งนี้เป็นที่รู้กันดีโดยทั่วไปว่า ชุมชนชาวมอญที่อยู่อาศัยในพื้นที่วัดบ้านใหม่พัฒนา เป็นแหล่งจำหน่ายยาบ้าที่มีการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยผ่านเส้นทางบ้านปะไรโหนก-บ้านห้วยกบ-ก่อนมากระจายขายในชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ ต.หนองลู รวมทั้งชุมชนแห่งนี้

ล่าสุดเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า นำกำลังเข้ามาจับชายวันรุ่นที่ขายยาในชุมชนแห่งนี้ ได้ 1 คน พร้อมยาบ้านจำนวนกว่า 680 เม็ด พร้อมยาไอซ์ อีกจำนวนหนึ่ง ชาวบ้านจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เข้ามาจัดการกลุ่มผู้ค้ายาที่อยู่ในชุมชนให้หมดสิ้นไป เพื่อป้องกันเหตุในลักษณะเช่นนี้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจคนที่พบเห็น