วันที่ 25 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยทั่วไปในพื้นที่ ม. 5 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ภายหลังจากที่ชาวบ้านทราบข่าว นายฉวี อินทระ อายุ 57 ปี ยุติธรรมจังหวัดพังงาและ ผอ.คุมประพฤติจ.พังงา ที่หายตัวไปพร้อมรถยนต์กระบะประจำตำแหน่ง ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงการหายตัวไป อย่างไรก็ตามบรรดาญาติๆต่างภาวนาบนบานศาลกล่าวสิงศักดิ์สิทธิ์ของให้นายฉวีแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง เนื่องจากนายฉวี เป็นผู้ชายคนเดียวในครอบครัวนี้
นางอารมณ์ ภูมิกานต์ หลานสาวนายฉวี กล่าวว่า น้าชายเป็นคนที่รักครอบครัว กลับบ้านก็จะอยู่ที่บ้าน จะแวะเข้าบ้านนี้นิด บ้านโน้นหน่อย ทักทายตะโกนตามประสาชาวบ้าน และมักจะไม่ออกไปไหน ล่าสุดน้าชายบอกกับตนว่าไม่นานก็จะกลับมาทำงานที่นครศรีธรรมราชอีกครั้ง พวกหลานๆรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ส่วนตัวแล้วก็ขอให้น้าชายกลับมาอย่างปลอดภัย ตลอดทั้งวันได้มีชาวบ้านวนเวียนเข้ามาถามที่บ้านตลอด แม้กระทั่งพระครูเมธีนวคุณ เจ้าคณะอำเภอหัวไทร ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของนายฉวี ได้เดินทางมาสอบถามการหายตัวไปของนายฉวี ด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า นายสกล จันทรักษ์ รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้โทรศัพท์สอบถามความคืบหน้าในการค้นหาตัวนายฉวี อินทระ ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าแต่ได้ระดมตำรวจชุดสืบสวนออกสืบสวนหาข่าวในเชิงลึกจากญาติๆทุกคนและเพื่อนสนิทของนายฉวี ทราบเป็นการเบื้องต้นว่า นายฉวี ก่อนที่หายตัวไป ได้กลับมาเยี่ยมพี่สาวของนายฉวีที่นอนป่วยที่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 5 ต.ท่าซัก วันศุกร์ที่ 19 ส.ค. จากนั้นก็อยู่บ้านตลอด และบ่ายวันที่ 20 ส.ค. นายฉวีก็ขับรถยนต์ออกจากบ้านเพื่อจะไปทำงานที่ จ.พังงา แต่นายฉวี ได้ขับรถไปแวะหาเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อ”โกฉ้าย”ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช จากนั้นได้หายตัวไป โดยทาง จนท.ตำรวจชุดคลี่คลายคดีไปตามตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือของนายฉวี พบครั้งสุดท้ายไปโผล่ในพื้นที่ ต.เชียรเขา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นสัญญาณโทรศัพท์ก็หายไป
ต่อข้อถามทางตำรวจชุดสืบสวนได้มีการเชิญตัวหญิงสาว จำนวน 3 คน ที่รู้จักกันายฉวีมาสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อเป็นเบาะแสแนวทางในการค้นหาตัวนายฉวี ซึ่งผลการสอบสวนปากคำหญิงสาวทั้ง3คนดังกล่าวในเบื้องต้นก็ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร โดยหญิงสาวทั้งสามคนได้ให้ข้อมูลกับตำรวจได้ไม่มากนัก ซึ่งทางตำรวจได้ปล่อยตัวกลับไปในวันเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามตนได้สั่งตำรวจชุดสืบสวนเข้าประสานข้อข้อมูลจากญาติๆและเพื่อนสนิทบางคนเพิ่มเติมอีกครั้ง รวมทั้งประสานไปยังตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ เพื่อช่วยค้นหาตัวนายฉวีอย่างเต็มที่แล้ว ล่าสุดตำรวจยังไม่พบทั้งตัวนายฉวีและรถยนต์กระบะประจำตำแหน่งแต่อย่างใด ซึ่งจะเร่งค้นหาตัวนายฉวีต่อไป

