ร้องยธ.ดำเนินคดี -ตามเส้นทางเงิน บ.ผลิตถุงมือยาง หลอกต่างชาติโอนเงิน เสียหายกว่า 4 หมื่นล้าน

ร้องยธ.ดำเนินคดี-ตามเส้นทางเงิน บ.ผลิตถุงมือยาง หลอกต่างชาติโอนเงิน เสียหายกว่า 4 หมื่นล้าน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 23 มีนาคม ที่กระทรวงยุติธรรม นายพิเชษฐ สถิรชวาล ประธานคณะอนุกรรมาธิการแนวทางส่งเสริมและแก้ปัญหาอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยางแห่งประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมี ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมว.ยุติธรรม เป็นตัวแทนรับเรื่อง กรณีความเสียหายการโอนเงินมัดจำซื้อถุงมือยางแล้วไม่ได้รับของ

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต กล่าวว่า จากกรณีนี้เราทราบว่า มีกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย หลอกลวงให้สั่งซื้อถุงมือยาง และวางเงินมัดจำซึ่งมีความเสียหายมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท จึงเข้าเงื่อนไขให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ( ดีเอสไอ) ช่วยสืบสวน และมีบางบริษัทมีอดีตทหารที่มียศพอสมควรดำเนินการ ซึ่งจำนวนผู้เสียหายในตอนนี้ยังไม่แน่นอน หากใครมีหลักฐานการฉ้อโกง ให้นำหลักฐานมาติดต่อกับศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข เราจะรวบรวมความเสียหายที่เกิดขึ้น และส่งให้ ดีเอสไอ ยึดและอายัดเงินจำนวนดังกล่าวไว้ก่อนเพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเท

ซึ่งตนทราบว่าบางรายมีการโอนเงินมากกว่า 100 ล้านบาท และยังทราบว่าบริษัทดังกล่าวอาจจะมีการอ้างถึงเบื้องสูงด้วย ซึ่งวันนี้เราตั้งคณะทำงานแล้ว พร้อมที่จะดำเนินคดีกับทุกคนไม่ว่าจะมียศหรือไม่มียศก็ตาม ทั้งนี้ตนขอเตือนนักลงทุนทั้งหลาย ขอให้คิดรอบคอบ อย่าให้เขาเอากำไร การขายและตัวเลขมาหลอก ในเวลานี้มิจฉาชีพมีเยอะ อย่างน้อยขอให้ตรวจสอบผ่านกระทรวงที่เกี่ยวข้องก่อนให้ทราบว่ามีการดำเนินการแบบนี้จริงหรือไม่

“ตอนนี้เรามีเครื่องมือในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน อย่าง คณะพาลีปราบยา ที่เราสามารถนำมาช่วยงานตรงจุดนี้ได้ ลักษณะของบริษัทที่หลอกลวง พยายามสร้างชื่อให้มีความน่าเชื่อถือ และมีการทำมูลนิธิ การทำบุญ และคนที่ทำเป็นอดีตนายทหาร ทำให้ความน่าเชื่อถือมีสูงขึ้น แต่เราพร้อมที่จะดำเนินคดีกับทุกคน “เลขา รมว.ยุติธรรม กล่าว

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ต้องขอบคุณนายสมศักดิ์ ที่ช่วยเร่งดำเนินการ ตนได้รับมอบหมายจาก กมธ.อุตสาหกรรม มาแก้ไขปัญหาการซื้อถุงมือยาง เพราะทั่วโลกต้องการสูงมาก วันนี้กำลังผลิตไม่พอเพียง มีบริษัทที่ได้การรับรองไม่มาก ทำให้มีคนไม่หวังดีตั้งบริษัทมาหลอกลวง ตนได้เชิญนายกสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางมาหารือ พบว่า อีก 2 ปีก็ผลิตไม่พอความต้องการ จึงมีการพยายามหลอกลวงตรงนี้ ตนได้หารือกับนายสมศักดิ์ ว่ามีการร้องเรียน กมธ.มาเยอะ และผู้เสียหายมีการโอนเงินจากต่างประเทศ จึงประสานขอให้เราช่วยติดตาม เพื่อเป็นการป้องกันชื่อเสียงประเทศไทย และอุตสาหกรรมผลิตถุงมือยาง ซึ่งหากใครเป็นผู้เสียหาย ให้มาร้องเรียนยังกระทรวงยุติธรรมเลย

นายณัฐชา กล่าวว่า มีการร้องเรียนผ่าน ส.ส.มามากมายทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล จึงตั้ง อนุกมธ.ขึ้น เอกสารการรวบรวม คือ บริษัทต่างชาติ ที่เห็นกำลังผลิตและความสามารถของประเทศไทย จึงมีการตั้งกลุ่มบริษัทขึ้นมาเพื่อชวนเชื่อต่อต่างชาติ ซึ่งหากบริษัทต่างชาติบินมาเพื่อเซ็นสัญญาการผลิต ก็จะมีตัวอย่าง มีกล่อง มีถุงมือยางให้ดู

ซึ่งการพิจาณาของอนุ กมธ. คิดว่าหากเราพิจารณาต่อไปจะใช้เวลานานมาก จึงมายื่นเรื่องให้กระทรวงยุติธรรม เร่งรัดการดำเนินคดี ซึ่งเราเชื่อว่าน่าจะยังมีอีกหลายบริษัท เพราะถุงมือยางเป็นที่ต้องการมาก หากใครเสียหายหรือมีเบาะแส สามารถส่งเรื่องให้ ส.ส.หรือกระทรวงยุติธรรมได้ทันที

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าความเสียหายจากออเดอร์ลมครั้งนี้ น่าจะหลายแสนล้าน และเงินมัดจำน่าจะหลายพันล้าน ตนคิดว่า ดีเอสไอ น่าจะช่วยระงับความเสียหายในวงกว้างได้ การที่ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากต่างชาติในการผลิตถุงมือยางเป็นเรื่องที่ดี จึงอยากให้กระทรวงยุติธรรม ประสาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กำกับการเซ็นสัญญา

ให้เป็นไปตามกำลังผลิตที่ไม่เกิน 1-2 ปี หากผลิตและส่งเรียบร้อยแล้วค่อยสั่งออเดอร์เพิ่ม รัฐบาลควรเข้าไปช่วยควบคุมในเรื่องนี้ด้วย หากมีการส่งออกมา เราจะมีรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก และช่วยควบคุมออเดอร์ลมในอนาคตด้วย ลดความเสียหายแบบกรณีนี้ได้มาก

ตัวแทนบริษัทผู้เสียหายรายหนึ่ง บอกว่า พฤติการณ์ของบริษัทหลอกขายถุงมือยางนั้นจะมีการโฆษณาทางสื่อออนไลน์ตามช่องทางต่างๆ ทำให้บริษัทต่างประเทศที่เชื่อมั่นการผลิตในประะเทศไทยสั่งซื้อ แต่เนื่องจากบริษัทต่างชาติเข้ามาดูสินค้าไม่ได้ จึงให้ตัวแทนหรือโบรกเกอร์ในไทยเข้ามาประสานกับบริษัทถุงมือดังกล่าว ซึ่งหากตัวแทนบริษัทใดอยากเข้าเยี่ยมชมโรงงานต้องเสียค่าชม ประมาณ 5 แสน ถึง 1 ล้านบาท แต่เมื่อถึงวันจริงกลับบ่ายเบี่ยง

อ้างเหตุผลว่าโรงงานไม่พร้อม ทำให้ไม่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้จริง กระทั่งเมื่อมีการเซ็นสัญญาซื้อขายกันจริงและได้มีการโอนเงินมัดจำบางส่วนไปแล้ว แต่เมื่อถึงนัดหมายส่งสินค้ากลับไม่มอบให้ตามกำหนดจนเกิดความเสียหาย สุดท้ายติดต่อไม่ได้อีกเลย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ESTAR” ปลื้มปี 63 คว้ากำไร 240 ล. เผยปีนี้ลุยต่ออีก 3 โครงการ
บทความถัดไป‘ก๊วน ส.ว.’ เอาอีกแล้ว เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความร่าง กม.ประชามติ