ราชทัณฑ์ แจง อาการเพนกวิน ปกติ แขน-ขา มีแรงดี ยังไม่มีใครอดอาหารเพิ่ม

ราชทัณฑ์ แจง อาการเพนกวินยังปกติ แขน-ขา ยังมีแรงดี ยืนยัน พร้อมดูแลผู้ต้องขังทุกคนตามระเบียบอย่างเท่าเทียม

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม นายวัลลภ  นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  พร้อมด้วย นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ แถลงความคืบหน้า การดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ที่ประชาชนสนใจ โดยกรมราชทัณฑ์ ขอชี้แจงประเด็นการอดอาหารของนายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า แกนนำคณะราษฎรมูเตลู ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี ว่า

เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับแจ้งจากนายพรหมศร ว่าต้องการอดอาหารแต่อย่างใด เป็นเพียงการงดอาหารมื้อเย็นซึ่งเจ้าตัวแจ้งว่าขณะอยู่ภายนอกเรือนจำก็งดอาหารมื้อเย็นอยู่แล้ว ส่วนอาหารมื้ออื่นๆ ยังคงรับประทานเป็นปกติ พร้อมรับประทานขนมและเครื่องดื่มที่ทางเรือนจำจัดเพิ่มและญาติได้ทำการสั่งซื้อไว้ ด้านบาดแผลจากการประสบอุบัติเหตุก่อนเข้าเรือนจำได้ทำการรักษาจนหายดีแล้ว

แต่ในอนาคตหากผู้ต้องขังรายดังกล่าวมีความสงค์จะอดหรือปฏิเสธที่จะรับประทานอาหาร ทางเจ้าหน้าที่ก็พร้อมให้การดูแลตามขั้นตอนอยู่ตลอดเวลา เพราะถือเป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่สามารถกระทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยต้องไม่เป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น

นายธวัชชัย ยังกล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน มีอาการอ่อนเพลียหนักจนน่าเป็นห่วงนั้น กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธการรับประทานอาหาร แต่ยังดื่มเกลือแร่ นม และน้ำหวานเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้อยู่ในภาวะที่เป็นอันตราย

จากการตรวจร่างกายในช่วงเวลาประมาณ 18.30 น.เมื่อวานนี้ (25 มีนาคม 2564) พบว่า สัญญาณชีพยังปกติ อุณหภูมิร่างกาย 37 องศาเซลเซียส อัตราเต้นของหัวใจ 72 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 16 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 104/87mmHg.

ไม่พบอาการของภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ส่วนผื่นคันบริเวณหน้าอกพบว่าลดลงบ้างแล้ว แต่ผื่นที่หลังยังคงเดิม ระดับความรู้สึกตัวยังดีสามารถเข้าพบพูดคุยกับทนายความได้ปกติ มีอาการอ่อนเพลียลงเล็กน้อยจากการอดอาหารต่อเนื่องหลายวัน แต่ยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ แขนขายังมีแรงดี ยกต้านแรงได้ ปัสสาวะได้ปกติ และนอนหลับพักผ่อนได้ไม่มีความวิตกกังวล สภาพร่างกายโดยทั่วไปยังคงไม่น่าเป็นห่วงตามที่มีกระแสข่าวออกไป

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นความปลอดภัยของแกนนำคนอื่นๆ นั้น ขอยืนยันว่า กรมราชทัณฑ์ มีการบริหารงานราชทัณฑ์ที่ยึดตามกฎ ระเบียบ และเป็นมาตรฐานต่อผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชน มีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบตั้งแต่กระบวนการรับตัวจากศาลจนกระทั่งปล่อยตัว ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดสามารถปฏิบัตินอกเหนือ

จากกรอบจนก่อให้เกิดความผิดปกติหรือเหตุการณ์ไม่สมควรได้ โดยเหตุการณ์ที่ยังคงเป็นประเด็นเรื่องการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในแกนนำม็อบกลางดึกนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของชั้นศาล และได้เข้าพบเพื่อให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎรแล้ว

ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ด้วยกรอบของกฎหมาย ต้องรอผลการพิจารณาอีกครั้ง โดยขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติงานตามหน้าที่ และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำอันตรายต่อร่างกายและชีวิตของผู้ต้องขังทุกคนแต่อย่างใด

โฆษกกระทรวงยุติธรรม แจงกรณีจดหมายอานนท์ นำภา พบว่า ข้อมูลและไทม์ไลน์ของเจ้าหน้าที่ตรงกัน แต่อธิบายแตกต่างกัน เพราะตีความเจตนาของเจ้าหน้าที่ไปอีกทางหนึ่ง  ส่วนจดหมายที่เขียน พบว่าคือด้านหลังของใบคำฟ้อง เผยแจ้งความ ปอท. เพื่อเอาผิดแล้ว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา นั่งเก้าอี้บอร์ด-ประปาภูมิภาค
บทความถัดไปเมืองไทยยังไงก็รัก! ‘ดั๊กลาส คาร์โดโซ่’ เผยหัวใจครึ่งหนึ่งเป็นบราซิลอีกครึ่งเป็น ‘ไทยแลนด์’