ตำรวจร้อยเอ็ด วิสามัญแก๊งค้ายาดับ 3 ตำรวจเจ็บ 1 ยึดยาบ้ากว่า 8 แสนเม็ด

26.03.21 | 20:41 น.

เมื่อเวลา 9:20 น วันที่ 26 มีนาคม 2554 ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ติดตามไล่ล่า และสกัดรถ Isuzu d-max สีขาว ทะเบียน บษ 2566 สระบุรี ซึ่งเป็นรถต้องสงสัย หลังได้รับรายงานว่า เป็นรถขนยาเสพติดออกจาก จังหวัดอำนาจเจริญ ผ่านจังหวัดยโสธร หน้าผ่านอำเภอพนมไพร และมุ่งหน้า ไปยัง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด และเรียกตรวจแล้วไม่ยอมรถให้ตรวจค้นและขับรถไล่ตาม จึงพร้อมกับได้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ ให้ช่วยสกัดจับ พันตำรวจเอก ณภัทรพงศ์ สมใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ พันตำรวจโท วัชรินทร์ สัตยาคุณ รองผู้กำกับสืบสวน นำกำลังชุดสืบสวนออกสกัด และขอความร่วมมือรถบรรทุกสิบล้อที่กำลังสร้างถนน อยู่ใกล้ช่วยจอดขวางทางไว้


รถคนร้ายวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุอยู่ใกล้สะพานลำห้วยหินลาด ถนนสายยโสธร-สุวรรณภูมิ ช่วงกม 220 -221 บ้านด่านน้อยหมู่ 4 ตำบลเมืองทุ่ง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างขยายผิวถนน 4 ช่องจราจร รถผู้ต้องสงสัย เห็นรถขวางทาง จึงได้พยายามหักหลบหนีลงข้างไหล่ทางและเฉี่ยวเข้ากับรถบรรทุกที่จอดขวางอย่างแรงจนเสียหลักตกถนน ติดหล่มกองดิน จากนั้น ดาบตำรวจสมศักดิ์ ทานะเวช ผบ. หมู่งานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิซึ่ง อยู่ใกล้ได้วิ่งเข้ามา ตะโกนให้เดินลงจากรถ เพื่อทำการตรวจค้น จับกุม ปรากฏว่า คนร้ายได้เปิดกระจกรถ ใช้อาวุธปืนยิงออกมาจากรถหลายนัดทำให้กระสุนปืนเข้าที่เข้าที่หน้าผากกระสุนฝังใน 1 นัดลำตัว 2 นัด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล ร้อยเอ็ด

ระหว่างนั้นคนร้ายได้ ยิ่งต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอีกฝ่ายที่ตามมาสมทบ ทำให้ได้รับบาดเจ็บและพยายามตะเกียกตะกายเปิดประตูวิ่งหนีลงกลางทุ่งนา พร้อมยิงสกัดเปิดทางเป็นระยะระยะเจ้าหน้าที่ได้ติดตามและได้ ทำการวิสามัญห่างจากจุดที่เกิดเหตุ 1 ราย ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร 2 ราย รายแรกคือนายนัฐพล สีหาพงษ์ อายุ 28 ปี บ้านดอนส้มโฮง ต.กองโพน อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี และห่างกันไปอีกประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่ได้วิสามัญ นายกิตติวัฒน์ แก้วทองดี อายุ 19 ปี ชาวบ้านดอนส้มโฮง ต.กองโพน อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี รายล่าสุดได้วิ่งหลบหนีห่างจากจุดเกิดเหตุเกือบ 500 เมตร ยังไม่ทราบชื่อ อายุ ประมาณ 19 ปี และพยายามยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จึงถูกวิสามัญเสียชีวิต เป็นรายที่ 3 ทั้งหมดเป็นชายล้วน

หลังได้รับรายงาน พลตำรวจโทยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พลตำรวจตรี ณัฐนนท์ ประชุมผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พลตำรวจตรี ไพโรจน์ มังคลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด พันตำรวจเอก วีรวัฒน์ สระบัว พันตำรวจเอกศิรสัณก์ เยื้อนสงวนชัย รองผู้บังคับการ พันตำรวจเอก สมพาน มุทาพร ผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย อัยการ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

Advertisement

จากการตรวจสอบภายในรถของคนร้ายพบยาบ้าบรรจุกระสอบจำนวน 4 กระสอบ ยาบ้าไม่น้อยกว่า 8 แสนเม็ด นอกจากนี้ยังพบยาบ้า พร้อมผงไอซ์และอุปกรณ์เสพ วางอยู่ที่เบาะหลัง ซึ่งคาดว่า แก๊งคนร้ายจะเสพระหว่างทางทำให้เกิดความคึกคะนอง นอกจากนี้ภายในรถยังพบปลอกกระสุน ไม่ทราบขนาดตกอยู่จำนวน 4 ปลอก และรอยเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ตามเบาะ และประตูรถ รวมทั้ง ร่องรอยกระสุนที่กระบะหลังอีกหลายจุด

พลตำรวจโท ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ชื่นชมให้กำลังใจ ผู้ตร.ในสังกัด กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ดทีมสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด และสถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ ที่ได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ได้ติดตามคดีและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบมาตลอด ซึ่งกลุ่มนี้ทราบว่ามาจากอุบลราชธานี แล้วเกิดการปะทะกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่าอาการปลอดภัยแล้วและคนร้ายถูกยิงเสียชีวิตทั้ง 3 ศพเนื่องจากต่อสู้กับเจ้าหน้าที่วันนี้มาดูที่เกิดเหตุได้กำชับการปฏิบัติและ ทำการขยายผลกลุ่มนี้รวมถึงการติดตามยึดทรัพย์ ขบวนการส่วนของการที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบยาบ้าบรรจุกระสอบจำนวน 4 กระสอบ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งว่ามีจำนวนเท่าไหร่ อีกทั้งภายในรถยังมีอุปกรณ์เสพยาบ้าและมีผลึกไอซ์รวมทั้งยาบ้าบรรจุในถุงและจากการสังเกตพบว่ามีการยิงปืนออกจากตัวรถผ่านกระจกหลัง

ซึ่งจะมีการขยายผล ตรวจสอบว่าจะเชื่อมโยงกับ แก๊งที่ก่อเหตุยิงตำรวจทางหลวงที่จังหวัดอุดร หรือไม่เพราะลักษณะคล้ายกัน

ซึ่งผู้เสียชีวิตทุกคนมีปืนติดตัวพร้อมสู้ตาย ส่วนทะเบียนรถ ที่เราพบทั้งติดอยู่ในตัวรถและอยู่ภายในรถนั้นทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็จะได้นำไปพิสูจน์อีกครั้งว่าเป็นทะเบียนจริงหรือทะเบียนปลอม และสืบสวนหาผู้ครอบครองหรือเจ้าของรถคันดังกล่าวต่อไป

ผู้การตำรวจร้อยเอ็ด เยี่ยม ตร.ที่โดนยิงพบว่าแพทย์ผ่ากระสุน 3 นัดออกแล้ว ปลอดภัยและขวัญกำลังใจดี เจ้าตัวเชื่อหลวงพ่อทวดช่วยให้รอด ผู้การเผยโชคดีที่คนร้ายใช้เป็นปืนไทยประดิษฐ์ อาการจึงไม่หนัก แม้พ้นวิกฤติ แต่ยังมีเลือดคั่งในสมองเล็กน้อย แต่ต้องรอดูผลอีกคืน ซึ่ง ผบ.ตร.ก็ห่วงเรื่องนี้ หากยังแย่พร้อมที่จะส่ง ฮ.ตำรวจมารับเข้าไปรักษายัง รพ.ตำรวจต่อไป

เวลา 18.00 น.วันนี้ พลตำรวจตรี ไพโรจน์ มังคลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำกระเช้าเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ และติดตามอาการของ ดาบตำรวจสมศักดิ์ ทานะเวช ผบ. หมู่งานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ ที่เข้าทำการจับกุม คนร้ายขนยาบ้า และเข้าจับกุม แต่คนร้ายก็ได้ใช้อาวุธปืน ขนาด .๓๘๐ มม.ยิงออกมาจากรถหลายนัด ทำให้ กระสุนปืนเข้าที่เข้าที่หน้าผากกระสุนฝังใน 1 นัด ลำตัว 2 นัด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลร้อยเอ็ด

ซึ่งล่าสุดพบว่าแพทย์ได้ทำการผ่าหัวกระสุน ทั้ง 3 นัดออกเป็นที่เรียบร้อย และได้สติดี และ อาการอยู่ในขั้นที่ปลอดภัย แต่ยังต้องพักฟื้นที่ตึกหัวใจชั้น 10 ของโรงพยาบาลร้อยเอ็ด อีกระยะจนกว่าบาดแผลจะหายและเข้าสู่ปกติก่อน

ซึ่งเท่าที่ดูแล้ว อาการของ ดาบตำรวจสมศักดิ์ ทานะเวช ผบ. หมู่งานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ ที่ถูกยิง พบว่ามี สภาพ จิตใจดี และขวัญกำลังใจดี จนไม่น่าห่วง และได้นำหลวงปี่ทวดที่ห้อยคอออกมาอวด และเชื่อว่าที่คนเองปลอดภัย เพราะหลวงปู่ทวดที่ ห้อยคอ ช่วยให้ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แม้จะถูกยิงจุดสำคัญทั้ง 3 นัดก็ตาม

พลตำรวจตรี ไพโรจน์ มังคลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า นับว่าโชคดี ที่แม้กระสุนจะเข้าจุดสำคัญ แต่อาการไม่สาหัส ทั้งนี้เกิดจาก เป็นปืนไทยทำ ที่ไม่มีร่องเกลียวรีดกระสุน เช่นปืนที่มาตรฐาน ที่มีความรุนแรงมาก จึงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

แต่อย่างไรก็ตามแม้จะปลอดภัยแล้ว ก็ยังต้อวรอดูอาการจนกว่าจะพ้นคืนนี้ไปก่อน จึงจะถือว่าปลอดภัย ซึ่ง คุยกะแพทย์ว่าน่าจะปลอดภัย ที่ผ่ากระสุนที่กะโหลกศรีษะและชายโครงออกแล้ว แต่หมอก็ต้องรอดูอาการจนพ้นคืนนี้ไปก่อน เพราะแพทย์ยังห่วงที่มีอาการเลือดคั่งในสมองเล็กน้อย ส่วนอาการอื่นยังไม่มีปัญหา
และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ติดตามอาการทุกระยะ ซึ่งหากอาการวิกฤติหรือน่าเป็นห่วง ก็พร้อมที่จะส่ง ฮ.มารับเพื่อส่งเข้ารักษาอาการที่ รพ.ตำรวจทันที ซึ่งต้องดูคืนนี้ก่อน หากยังไม่ดีขึ้น ก็จะส่งเข้ารักษาตัวที่ รพ.ตำรวจต่อไป