ดีเอสไอยันมีอำนาจเต็มฟันอาญาสหกรณ์คลองจั่น แจงคำตัดสินศาลปกครอง เรื่องทางปกครอง

27.08.16 | 15:23 น.

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว มีบุคคลนำคำพิพากษาของศาลปกครองกรณีสั่งให้กรมส่งเสริมสหกรณ์จ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายแก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เพราะละเลยต่อหน้าที่ไม่ตักเตือนคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ ปล่อยเงินกู้จนขาดสภาพคล่อง และนำบางตอนของคำพิพากษามานำเสนอ และอธิบายว่าเรื่องการบริหารสหกรณ์ต้องร้องเรียนต่อศาลปกครอง ไม่ใช่ ปปง.หรือดีเอสไอ รวมทั้งมีการสรุปและเสนอความเห็นขยายความเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่าเหตุใดดีเอสไอจึงนำเรื่องมาเป็นคดีอาญานั้น

“กรมสอบสวนคดีพิเศษเห็นว่า เพื่อให้สาธารณชนได้ทราบข้อเท็จจริงประกอบการใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารในเรื่องดังกล่าว จึงนำเสนอเป็นประเด็นเพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ ดังนี้ 1.คำพิพากษาตามที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นเรื่องที่มีการนำผลคดีปกครองที่มีการยื่นฟ้องหน่วยงานของรัฐ คือกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในความผิดละเลยต่อหน้าที่ ที่ศาลปกครองวินิจฉัยให้ชดใช้ค่าเสียหาย อันเป็นเรื่องทางปกครอง มิใช่ผลคดีทางอาญา 2.คดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ เป็นคดีอาญา ที่ดำเนินคดีกับตัวบุคคล คือ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์กับพวก ลักทรัพย์สหกรณ์และฉ้อโกงประชาชน รวมทั้งความผิดอาญาฐานฟอกเงิน กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากการกระทำผิดดังกล่าว มิใช่เรื่องที่หน่วยงานของรัฐกระทำต่อประชาชน หรือต่อรัฐด้วยกันในทางปกครอง ที่ศาลปกครองจะมีอำนาจพิจารณาพิพากษา

“3.การดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีระบบตรวจสอบ ถ่วงดุล ระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ หากเป็นการสอบสวนในเรื่องตามข้อ 2 โดยไม่มีอำนาจ พนักงานอัยการจะไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาล เนื่องจากกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ แต่ที่ผ่านมาปรากฏชัดเจนว่าคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาที่เกี่ยวกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น บางคดีมีการฟ้องคดีต่อศาลจนมีคำพิพากษาไปแล้ว และยังมีอีกหลายคดีมีการดำเนินคดีอยู่ในชั้นอัยการ และชั้นสอบสวน จึงเป็นเครื่องยืนยันว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจหน้าที่ดำเนินคดีอาญาในเรื่องนี้ เพื่อนำผู้กระทำผิดมาฟ้องร้องลงโทษตามกฎหมาย

“และ 4.การพิจารณาคดีของศาลปกครองเป็นการรับฟังพยานหลักฐานของคู่ความคือผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้อง เพื่อพิสูจน์ในประเด็นพิพาททางปกครองเท่านั้น และคำพิพากษาผูกพันเฉพาะคู่ความ การที่นำคำพิพากษาของศาลปกครองไปอธิบายเชื่อมโยงกับคดีอาญาที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลปกครองโดยอาศัยความคิดของตน อาจทำให้สังคมสับสน อย่างไรก็ตาม กรมสอบสวนคดีพิเศษจะนำคำพิพากษาดังกล่าวมาศึกษา และชี้แจงทำความเข้าใจให้สังคมรับทราบต่อไป” เอกสารข่าวระบุ

 

Advertisement