เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. แถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติคดีสำคัญ 5 คดี ว่าตม.ให้ทุกหน่วยในสังกัดเอกซเรย์พื้นที่และระดมกวาดล้างคนหลบหนีเข้าเมือง อาชญากรข้ามชาติ และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายทั่วประเทศ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับทางการประเทศต่างๆ ทำให้สามารถจับกุมตัวคนต่างชาติ ผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก และมีคดีที่สำคัญ 5 คดีได้แก่
คดีแรก เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เจ้าหน้าที่คุมตัวนางหวาง เจี่ยนหลาน อายุ 31 ปี, นางจาง จิงจิงอายุ 30 ปี และนางเจียง แหย่เหม่ย อายุ 32 ปี สัญชาติจีน ที่ได้ร่วมกันฉ้อโกงภาษีรัฐบาล มูลค่าความเสียหายสูงถึง 1,050 ล้านบาท (210 ล้านหยวน) และลักลอบขนส่งสารต้องห้ามอันตรายข้ามชาติ มีเครือข่ายเชื่อมโยงในหลายประเทศ หลังก่อเหตุทั้งหมดได้หลบหนีเข้ามายังประเทศไทยด้วยวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว จนถูกจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต และที่เซ็นทริโอ คอนโดมิเนียม จ.ภูเก็ต
คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวนายสมอลนิคอฟ วาซิลี อายุ 42 ปี สัญชาติรัสเซีย ได้ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับตำรวจสากล โดยนายสมอลนิคอฟ เป็นเจ้าของบริษัทรับเหมา ได้ฉ้อโกงปลอมแปลงเอกสารการก่อสร้างของรัฐบาล และจงใจติดสินบนเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งถูกตรวจสอบ และได้หลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทยตั้งแต่ 3 มกราคม 2556 ด้วยวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว นายสมอลนิคอฟมีข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง
คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวนายมาร์คูส แอนเดย์ อายุ 56 ปี สัญชาติเยอรมัน ได้ที่บ้านพักใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยนายมาร์คูสได้หลบหนีหนี้และหนีหมายศาล หลังถูกออกหมายจับนายมาร์คูส ได้หลบหนีออกนอกประเทศ และเดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อ 29 ธันวาคม 2557
คดีที่ 4 วันที่ 27 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายปาทริส จิเลียน่า อายุ 58 ปี สัญชาติฝรั่งเศส หลังจากนายปาทริสก่อเหตุข่มขืนลูกสาวของตัวเองที่เกิดกับภรรยาคนเก่า เหตุเกิดเมื่อปี 55 ต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินนายปาทริส มีความผิด ลงโทษ จำคุก 15 ปี นายปาทริส ไม่ได้ไปปรากฏตัวที่ศาลและหลบหนีออกนอกประเทศมาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2555 ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวนายปาทริส ได้ที่บริเวณปากซอยรามบุตรี แขวงชนะสงคราม
และคดีที่ 5 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายพอล สตรูบิน อายุ 67 ปี สัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ หลังถูกอัยการรัฐอาร์โกเวีย สหพันธรัฐสวิสเซอร์แลนด์ ออกหมายจับในข้อหา “ฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์” ภายหลังการถูกออกหมายจับนายพอลได้หลบหนีออกนอกประเทศเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2556 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถควบคุมตัวนายพอล ที่สถานบริการแห่งหนึ่ง ในพัทยา จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า นายพอลอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด (Overstay) จนถึงปัจจุบัน เป็นจำนวนถึง 960 วัน
พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวว่า บุคคลต่างด้าวทั้งหมด มีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม สตม.จึงพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มาตรา 12 อนุ 7 มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคม และควบคุมตัวเพื่อดำเนินการต่อไป พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูลบุคคลต้องห้าม ไม่ให้เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยได้อีก
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ณัฐธร ได้กล่าวถึงผลระดมกวาดล้างคนต่างชาติผิดกฎหมาย คนหลบหนีเข้าเมือง คนต่างด้าวอยู่เกินกำหนด (Overstay) ประจำเดือนสิงหาคม ระหว่างวันที่ 19-25 สามารถ สามารถจับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมาย เป็นจำนวนมากถึง 11,275 ราย การระดมกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะตำรวจสากล สถานทูตประเทศต่างๆ การระดมกวาดล้างของ สตม. เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปราม มิให้คนต่างชาติเข้ามากระทำผิด หรือใช้ไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวได้อีกต่อไป

