เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ สน.สำราญราษฏร์ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 เดินทางเข้ามาติดตามคดีและเรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของนายนราวุฒิ พวงเกษร อายุ 26 ปี บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 บริเวณทางขึ้นวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา กับ พ.ต.อ.ต่อเกียรติ พรหมบุตร ผกก.สน.สำราญราษฏร์ ร.ต.อ.อานนท์ ไทรด้วง รอง สว. (สอบสวน) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฏร์ โดยร่วมประชุมกว่า 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุที่พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ถนนบริพัตร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.
https://youtu.be/nIzxIO5b5Tg
พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ เนื่องจากยังต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน นอกจากนี้พบว่าผู้ตายมีโลกส่วนตัวสูง จึงต้องไล่ตรวจสอบชีวิตประจำวันของผู้ตายจากโซเชียลมีเดียเพิ่มเติม รวมถึงสอบปากคำพยานแวดล้อม และสอบถามจากเพื่อนผู้ตาย
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มอีก 2 ตัว ปรากฎว่า พบเห็นพฤติกรรมผู้เสียชีวิตก่อนเกิดเหตุว่า มีการเดินจงกรมหลายรอบ ที่บริเวณลานแขวงระฆังชั้นที่ 3 และได้มีพฤติกรรมเดินไปมาแล้วโบกมือคล้ายนกบินที่บริเวณลานนกแร้ง ชั้นที่ 2 ตั้งแต่เวลา 03.17-04.02 น.ของวันที่ 21 สิงหาคม ซึ่งพนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้ว 6 ปาก ได้แก่ แม่ชี พระสงฆ์ ชาวเมียนมา คนทำความสะอาดบริเวณลานวัดที่เกิดเหตุ และพยานอื่นๆ
https://youtu.be/U_SJdexDCbw
ขณะที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบคราบเลือดเกาะติดที่ระฆังจำนวนหนึ่ง และคราบเลือดกระจายโดยรอบ จึงเก็บร่องรอยรายละเอียดต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงการเก็บภาพวงจรปิดบริเวณรอบจุดเกิดเหตุ

จากการสอบถามแม่ชีอวฤดี พงศ์ประศาสน์ ผู้ดูแลพระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 05.30 น.ได้ยินเสียงผู้ชายกรีดร้องอย่างโหยหวน ก่อนที่จะได้ยินเสียงระฆังดังเป็นจังหวะ แต่ไม่ได้สนใจ เพราะรู้สึกหวาดกลัวก่อนที่ตนจะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
ด้าน ส.ต.ต.พิทักษ์ ไตรราช ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สน.สำราญราษฏร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปถึงที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า เมื่อตนไปถึงก็พบนายนราวุฒินอนหงายร้องครวญครางจมกองเลือดอยู่ จึงรีบนำนายนราวุฒินำส่ง รพ.กลาง ก่อนที่นายนราวุฒิจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยต่อว่า เบื้องต้นผลการชันสูตรจากแพทย์ทราบว่าสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเกิดจากฐานกะโหลกแตก ทำให้สมองฟกช้ำอย่างรุนแรง มีรอยแผลที่บริเวณหน้าผาก 5 ซม. อย่างไรก็ตาม จะต้องตรวจพิสูจน์ทราบให้ละเอียดครอบคลุมทุกข้อสงสัยอีกครั้ง ทั้งผลจากนิติวิทยาศาสตร์บริเวณจุดที่พบรอยเลือด และตรวจหารอยนิ้วมือบนระฆัง รวมถึงการจำลองถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้น โดยจะเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน อยากให้ญาติไม่ต้องกังวลใจ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการไปตามพยานหลักฐานข้อเท็จจริง
พล.ต.ต.ทรงพลกล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับมารดาของผู้เสียชีวิตแล้ว แต่ขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่พร้อมที่จะพูดคุย ขอดำเนินการเรื่องพิธีศพให้เรียบร้อย หากมีความพร้อมก็จะเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าในวันพรุ่งนี้จะสามารถเดินทางมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ได้


