เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 29 สิงหาคม ที่กองบินตำรวจ ท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีก่อวินาศกรรม ระเบิด วางเพลิงในพื้นที่ 7จังหวัดภาคใต้ พร้อมด้วย พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ คณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เดินทางไปยังมณฑลทหารบกที่ 15 จ.เพชบุรี เพื่ออหมายจับผู้ต้องหาวางระเบิดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
รองผบ.ตร.เปิดเผยก่อนเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยัง มทบ.15 ว่า หลังจากศาลทหารออกหมายจับ ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องก่อเหตุระเบิด ที่ จ.ภูเก็ต และ ประจวบคีรีขันธ์ ไปแล้ว รวม2ราย วันนี้จะยื่นคำร้องขอศาลทหาร มทบ.15 ออกหมายจับอีก1ราย เป็นผู้ต้องหาก่อเหตุที่หัวหิน เป็นหนึ่งในชาย3คนตามภาพ สเก็ตช์ที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ โดยมีหลักฐานภาพจากวงจรปิดประกอบกับ พยานบุคคลที่ยืนยันตัวบุคคลได้ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับอีก 1ราย ซึ่งสืบสวนพบว่า มีภูมิลำเนาใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเคยร่วมก่อเหตุคาร์บอมบ์ ที่ห้างเซนทรัลเฟสติวัล เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อต้นปี 2558 ด้วย ส่วนอีกคนที่มีภาพสเก็ตช์ออกมาขอรวบรวมหลักฐาน ให้ชัดเจนกว่านี้จึงจะขออนุมัติหมายจับ
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ ไว้แล้วหลายคน เพื่อทำการซักถาม โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งผู้ต้องสงสัยที่เชื่อว่าก่อเหตุที่ จ.ตรังด้วย แต่ในกลุ่มที่คุมตัวไว้ ยังไม่พบผู้ต้องหาตามหมายจับ ขณะเดียวกันกำลังสืบสวนสอบสวนหากพบว่าใครร่วมก่อเหตุก็ต้องดำเนินคดี ขอหมายจับต่อไป อย่างไรก็ตามการสืบสวนในขั้นนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครคือผู้สั่งการหรือมีบทบาทใดในการก่อเหตุครั้งนี้
ต่อมาศาลอนุมัติหมายจับ นายอัสมีน กาเต็มมาดี 29ปี ชาวจ.ปัตตานี ในความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดซึ่งใช้เฉพาะแต่การสงครามฯและพยายามวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น สำหรับนายอัสมี เป็นหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเคยถูกออกหมายจับจากศาลจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 23เมษายน 2558 ในความผิดฐานเป็นผู้ต้องสงสัยตามพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีไว้ในความครอบครองและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้โดยผิดกฎหมาย และร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ผู้อื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีวางระเบิด7จังหวัดแล้ว2ราย มีนายอาหามะ เล็งหะ ก่อเหตุที่จ.ภูเก็ต และนายรุสลัน ใบมะ ก่อเหตุที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุม
ต่อมาเวลา 14:30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง(ผบก.พฐก.) พร้อมชุดสืบสวน พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณจุดเกิดเหตุระเบิด ถนนพูนสุข อ.หัวหิน ต่อเนื่องเส้นทางทะลุแยกฟ้าผ่าหัวหิน เจ้าหน้าที่ได้นำตารางวัดส่วนสูงมาวางตามจุดต่างๆที่กล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายขณะนำระเบิดวางที่จุดร้านเรนทรี สปา ถนนพูนสุข เมื่อกลางดึกวันที่ 11สิงหาคม เพื่อใช้ตรวจเทียบหาส่วนสูงของคนร้ายตามหลักนิติวิทยาศาตร์
รองผบ.ตร.กล่าวว่า มาตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อเก็บหลักฐานไปคำนวณหาส่วนสูงของคนร้ายเทียบกับผู้ต้องสงสัยหากชัดเจนภายใน 1-2วันนี้จะสรุปว่าจะออกหมายจับผู้ก่อเหตุที่หัวหินเพิ่มเติมได้หรือไม่ ทั้งนี้การสืบสวนสอบสวนคืบหน้าตามลำดับ ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งโทรศัพท์ ซิมการ์ดที่ใช้จุดระเบิด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คุมผู้ต้องสงสัยเพื่อซักถามแล้ว8ราย หากสืบสวนสอบสวนพบว่ารายใดเกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามกระบวนการต่อไป ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลของตรวจคนเข้าเมือง ยังไม่พบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับหรือผู้ต้องสงสัยรายใด เดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตามต้องติดตามจับกุมให้ได้ และขยายไปถึงผู้สั่งการ
ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางไปที่ศาลทหารมฆฑลทหารบกที่ 15 จ.เพชรบุรี เพื่อขอออกหมายจับผู้ก่อเหตุวางระเบิดหัวหิน นับเป็นการเสนอศาลออกหมายจับคนร้ายในคดีวินาศกรรม 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนรายที่ 3 ไม่รวมนายศักรินทร์ คฤหัสถ์ ที่ศาลอนุมัติให้ออกหมายเรียกแทนหมายจับ
อย่างไรก็ตาม วันนี้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ร่วมคณะกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งพ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยว่า จะมีการหารือกับมาเลเซียในหลายประเด็น ทั้งการค้ามนุษย์ ยาเสพติด การโจรกรรมสินค้าตามแนวชายแดน รวมทั้ง หารือประเด็นการสร้างรั้วชายแดน เนื่องจาก ไทยและมาเลเซียมีอาณาเขตติดต่อกัน นอกจากนี้ ยังหารือถึงการขยายด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนข้ามแดน และอาจมีการลงนามความตกลงร่วมกันในหลายด้าน ภาพรวมถือเป็นการหารือด้านความมั่นคง และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

