28 พ.ย. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดี’สรยุทธ-บ.ไร่ส้ม-พวก’ปลอมใบคิวโฆษณา’คุยคุ้ยข่าว’138 ล.(คลิป)

29.08.16 | 12:32 น.

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 29 สิงหาคม ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวรจพยานหลักฐานคดีดำ อ.1748/2559 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องบริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการฯ อดีตพิธีกร รายการเล่าข่าวชื่อดัง น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บริษัทไร่ส้มฯ และ นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือ นางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เกิดความเสียหาย

กรณีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2549 พวกจำเลยร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ ใบคิวโฆษณารายการ “คุยคุ้ยข่าว” ที่ออกอากาศ ทางช่อง 9 โมเดิร์น ไนน์ ช่วงระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2549 รวม 139 แผ่น เพื่อเป็นหลักฐานในการโฆษณา และคิดค่าโฆษณาส่วนเกิน เพื่อให้เจ้าพนักงาน อสมท หลงเชื่อ ส่งผลให้ อสมท เสียหายกว่า 138 ล้านบาท

 

 

Advertisement

เมื่อถึงเวลานัด จำเลยทั้งหมดเดินทางมาศาล อย่างไรก็ตาม ผู้รับมอบฉันทะจากทนายความของนางพิชชาภา จำเลยที่ 4 ได้ขอเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานไปก่อน เนื่องจากทนายความติดภารกิจคดีความที่ศาลอื่น และทนายความของจำเลยที่ 1 – 3 ขออนุญาตศาลสืบพยานลับหลังจำเลยเนื่องจากพวกจำเลยมีภารกิจอื่น และต้องประกอบอาชีพด้วย นอกจากนี้ ทนายความของจำเลย ยังได้แถลงต่อศาล เกี่ยวกับคำฟ้องของอัยการโจทก์ในคดีนี้ จะเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อนหน้านี้หรือไม่ กรณีการทุจริตยักยอกทรัพย์ของ อสมท เพราะเป็นความผิดกรรมเดียวกัน

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุสมควรเนื่องจากทนายความของจำลยที่ 4 ไม่ได้เดินทางมาศาล จึงเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานคดีนี้อีกครั้ง วันที่ 28 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

ส่วนกรณีที่ทนายความจำเลยที่ 1- 3 ขอสืบพยานลับหลัง เนื่องจากติดภารกิจ และประกอบอาชีพ ศาลเห็นว่า คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี จึงอนุญาตให้สืบพยานลับหลังจำเลยได้

สำหรับกรณีที่ทนายความจำเลยแถลงต่อศาลว่า อัยการโจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อเนื่องจากคดีที่บริษัท ไร่ส้มฯ ยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” และศาลได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา คนละ 13 ปี 4 เดือน และจำคุกนางพิชชาภา 20 ปี ไปก่อนหน้านี้แล้ว ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด เป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่นั้น ศาลจะเป็นผู้วินิจฉัยเอง โดยให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ไปร่วมตรวจสอบว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวกันกับคดีนี้หรือไม่ พร้อมส่งให้ศาลพิจารณาก่อนวันนัด 7 วัน