เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 11.00 น.ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ณัฐ นนท์ ประชุม รอง ผบก.สส. ภาค 4 พร้อมตำรวจสืบสวน ภาค 4 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมนายภูมิพัฒน์ หรือเฒ่า โฆษิตธัญญ์นนท์ อายุ 52 ปี ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์” เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 และยังมีหมายจับคดีฉ้อโกงทรัพย์ ลักษณะคล้ายกันรวม 17 คดี คดีแรกตั้งแต่ปี 45 ในท้องที่กรุงเทพฯ, ลำปาง, ชัยภูมิ, นครพนม, หนองบัวลำภู, หนองคาย และอุดรธานี
พล.ต.ต.พีระพงศ์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาตัวนายภูมิพัฒน์ที่หลบหนีหมายจับคดี “ฉ้อโกงทรัพย์” อยู่หลายคดี มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท โดยการหลบหนีได้เปลี่ยนชื่อและสกุล 9 ครั้ง เดิมชื่อนายพูนผล วงษ์ขัน มีภูมิเลาเนาเดิมที่ อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี และถ่ายบัตรประชาชนมาถึง 20 ครั้ง โดยเฝ้าติดตามบ้านภรรยา อดีตภรรยา ที่มีลูกด้วยกันหลายคน จนมาพบว่าอยู่กับภรรยาที่ จ.หนองคาย จากพฤติกรรมผู้ต้องหาเชื่อว่า น่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้ ที่ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี หรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย
ด้าน พ.ต.อ.ณัฐเปิดเผยว่า หลายจับส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศ ทั้งจัดหางานไมได้รับอนุญาต, หลอกลวงจัดส่งแรงงานไปต่างประเทศ และฉ้อโกงแรงงาน ด้วยการไปติดต่อกับนักธุรกิจ หรือผู้ประกอบธุรกิจจัดหางาน ว่ามีเส้นสายทั้งในและต่างประเทศ สามารถหาตำแหน่งงานจำนวนมาก ในประเทศที่ต้องการแรงงาน โดยผู้หลงเชื่อก็ยอมจ่ายเงินให้ล่วงหน้า แต่ที่สุดก็ไม่ได้ตำแหน่งงานตามที่อ้าง
“แต่คดีล่าสุดเป็นกรณีการแอบอ้างว่ามีเส้นสายทางด้านการเมือง ช่วยให้ได้งานก่อสร้างในพื้นที่อุดรธานี ผู้เสียหายหลงเชื่อก็มอบเงินให้ แต่เมื่อจ่ายเงินไปแล้วงานกลับไม่ได้ จึงมีการฟ้องร้องต่อศาลอุดรธานี ได้แจ้งความดำเนินคดี จนศาลแขวงอุดรธานีได้ออกหมายจับ ขณะที่คดีต่างๆ ที่ออกหมายจับไปแล้ว ผู้ต้องหาอ้างว่าได้พยายามไกล่เกลี่ย ด้วยการยอมผ่อนชำระไปบ้าง แต่คดีความต่างๆ ยังไม่สิ้นสุด หมายจับก็ยังไม่ยกเลิก ต้องส่งตัวดำเนินคดีต่อไป” พ.ต.อ.ณัฐกล่าว
ขณะที่นายภูมิพัฒน์ให้การรับสารภาพว่า มีประสบการณ์แรงงานต่างประเทศ เคยเป็นที่ปรึกษาบริษัทจัดหางานหลายแห่ง ก็ทำธุรกิจหาตำแหน่งงานในต่างประเทศ เมื่อได้งานมาก็ขายต่อให้ผู้ประกอบการ แต่ก็มีปัญหางานที่ได้มาไม่มีจริง จึงถูกแจ้งความดำเนินคดี และที่ผ่านมาก็พยายามใช้เงินคืน รวมทั้งคดีฉ้อโกงผู้รับเหมาอุดรธานี ก็รับงานจากเลขาฯนักการเมือง ให้นำงานก่อสร้างถนนคอนกรีตตามหมู่บ้าน กระจายอยู่ทุกอำเภอวงเงิน 115 ล้านบาท ผู้รับเหมารายนั้นตกลงจ่าย 23 เปอร์เซ็นต์ โดยจ่ายก่อน 5 เปอร์เซ็นต์ 5.8 ล้านบาท เงินจำนวนนั้นเลขาฯเอาไปหมด ต่อมางบถูกยกเลิกเอาไปแก้น้ำท่วม ตนเองยอมผ่อนชดใช้เดือนละ 1 แสนบาท ผ่านไประยะหนึ่งเข้ามาขอเงินก่อน เมื่อเงินไม่มีจึงถูกฟ้อง

