เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย แถลงความร่วมมือขยายช่องทางการรับชำระค่าปรับจราจร ด้วยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ผบ.ตร.กล่าวว่า ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดให้การชำระค่าปรับต้องไปที่สถานีตำรวจ, กองบังคับการตำรวจจราจร หรือกองบังคับการตำรวจทางหลวงเท่านั้น จึงมีการปรับแก้กฎหมาย มีผลเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ให้สามารถชำระค่าปรับผ่านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตามนโยบายอีเพย์เมนต์ (e-payment) ของรัฐบาล เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาการเดินทางของประชาชน โดยเชื่อว่าจะลดการกระทบกระทั่งระหว่างประชาชนกับตำรวจ นอกจากนี้ ในอนาคตมีแนวคิดจะนำรถใช้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าติดกล้อง และอุปกรณ์พิเศษเพื่อตรวจจับการจอดรถกีดขวางจราจร ในพื้นที่จราจรแออัด ในชั่วโมงเร่งด่วน รวมถึง การตรวจจับรถยนต์และรถจักรยนต์ที่ใช้ทะเบียนปลอมซึ่งมีจำนวนไม่น้อย แม้ใน กทม.ก็พบลักลอบกันจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อลดจำนวนเจ้าหน้าที่ นำเทคโนโลยีมาใช้ทำงาน ซึ่งจะขยายไปใช้ยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคงด้วย ได้หารือกับทางรัฐบาลเพื่อนำอุปกรณ์นี้มาใช้ในอนาคตอันใกล้ ส่วนแนวคิดของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการเสนอให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการ เห็นว่า หากเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ก็พร้อมที่จะพิจารณา
ผบ.ตร.กล่าวว่า โครงการจ่ายค่าปรับจราจรผ่านบริการธนาคารกรุงไทยถือเป็นโครงการแรก ต่อไปจะขยายไปยังบริการชำระเงินช่องทางอื่นๆ ต่อไป

ด้านนายวรภัคกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ ประชาชนที่ได้รับใบสั่งจราจรในรูปแบบที่ไม่ยึดใบขับขี่ ซึ่งเป็นใบสั่งจากกล้อง ที่ส่งถึงผู้ถูกปรับทางไปรษณีย์ โดยมีแถบบาร์โค้ด และต้องเป็นใบสั่งที่ออกตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป สามารถนำไปชำระผ่านช่องทางธนาคารกรุงไทย กว่า 1,200 สาขา เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ตู้เอทีเอ็มกว่า 9,000 ตู้ทั่วประเทศ และเน็ตแบงก์ ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน นอกจากนี้ ธนาคารจะขยายการรับใบสั่งทุกประเภทจากทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ภายในเดือนมกราคม 2560 รวมถึงต่อไปจะสามารถชำระผ่านธนาคารและผู้ให้บริการทางการเงินรายอื่นๆ ได้
รายงานข่าวระบุว่า ปัจจุบันรูปแบบใบสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี 3 รูปแบบ คือ ใบสั่งแบบเล่ม, ใบสั่งผ่านกล้องรูปแบบเดิม และใบสั่งผ่านกล้องรูปแบบใหม่ ซึ่งจะมีแถบบาร์โค้ด ส่วนการชำระค่าปรับรูปแบบใบสั่งแบบเล่มผ่านช่องทางธนาคาร อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ คาดว่า จะเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 พร้อมขยายช่องทางการชำระเงินไปยังตัวแทนรับชำระเงิน รวมถึง การชำระด้วยบัตรเดบิต และบัตรเครดิต ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

