ชุดพญาเสือค้นบ้านหนุ่มทุ่งทองหลังโพสต์ซากกระทิงลงเฟซบุ๊กเจอซากสัตว์ อาวุธปืน -ไม้เถื่อน

24.04.21 | 19:23 น.

เมื่อวันที่ 24 เมษายน นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผอ.ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข เจ้าหน้าที่หน่วยฯ พญาเสือ นายเศวตกุญชร บุญประดับ เจ้าหน้าที่สำนักงานต่อต้านการค้าสัตว์ป่าฯ นายวิวรรธน์ มองเห็นทวีโชค หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.19 (บ้องตี้) นายชาติชาย ศรีแผ้ว หน.สปป.1 (ภาคกลาง) พร้อมตำรวจ กก.5 บก.ปทส.นำหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 106/2 หมู่ 2 ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สืบเนื่องจากนายชาตรี ม่วงทัด อายุ 41 ปี เจ้าของบ้านโพสต์ภาพการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา โพสต์ภาพซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (หัวกระทิง) ขนาดใหญ่สภาพสดใหม่อีกครั้งหนึ่ง


โดยเจ้าหน้าที่สอบถามนายชาตรี เกี่ยวกับการโพสต์ภาพซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่มีขนาดใหญ่ และสภาพสดใหม่ ว่าเป็นภาพที่ถ่ายไว้เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยซากสัตว์ป่าดังกล่าวเป็นของเลียนแบบธรรมชาติที่ทำมาจากเรซิ่น เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในบริเวณบ้านหลังดังกล่าวโดยรอบไม่พบซากสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวแต่อย่างใด แต่ตรวจค้นภายในบ้านบริเวณห้องโถงพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (กวางป่า) ประกอบแผ่นไม้ ติดอยู่บริเวณผนัง ซึ่งนายชาตรี แจ้งว่าเป็นของบิดาซึ่งเสียชีวิตไปแล้วโดยไม่มีเอกสารการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่อย่างใด และตรวจค้นโดยรอบบริเวณบ้านพบไม้หวงห้ามแปรรูป จำนวน 75 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตรรวม 0.955 ลบ.ม. คิดเป็นมูลค่าความเสียหายภาครัฐเป็นเงินจำนวน 152,800 บาท และเลื่อยโซ่ยนต์พร้อมโซ่และแผ่นบังคับโซ่ ความยาว 22 นิ้ว

สอบถามนายชาตรี เบื้องต้นแจ้งว่าไม้ที่พบซื้อมาจากชาวกระเหรี่ยงในพื้นที่บ้านแก่นมะกรูด ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี โดยไม่มีหลักฐานการได้มาของไม้ สำหรับเลื่อยโซ่ยนต์ ไม่มีใบอนุญาตการครอบครองแต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นบริเวณห้องครัว ภายในตู้เย็น ช่องแช่แข็ง พบชิ้นเนื้อ น้ำหนัก 0.28 กรัม โดยนายชาตรี แจ้งว่าไม่แน่ใจว่าเป็นชิ้นเนื้อเก้ง หรือ เนื้อกวาง โดยมีชาวบ้านในท้องที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี มอบให้มาอีกต่อหนึ่งอีกทั้งยังพบหนวดเสือไม่ทราบชนิด จำนวน 5 เส้น ซึ่งนายชาตรี อ้างว่าซื้อมาจากตลาดคลองถม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ทางพนักงานเจ้าหน้าที่จึงนำชิ้นเนื้อและหนวดเสือส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชต่อไป

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในห้องนอนนายชาตรี พบอาวุธปืน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก โดยนายชาตรี นำใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำนวน 2 ฉบับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาวุธปืนดังกล่าวพบว่าตรงกับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.) จำนวน 2 กระบอก แต่อาวุธปืนยาวชนิดเดี่ยวลูกกรด ขนาด .22 ยี่ห้อ CZ พร้อมติดกล้องเล็ง จำนวน 1 กระบอก โดยปืนกระบอกดังกล่าวมีลำกล้องสำรอง จำนวน 1 ลำกล้อง ซึ่งมีเลขหมายประจำปืนตรงกัน แต่ไม่พบใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) แต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นพร้อมกันว่านายชาตรี มีพฤติกรรมในการกระทำความผิดกฎหมายตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ฐาน “มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์” ตามมาตรา 4 ประกอบมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. 2545 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และ ฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2470 โดยนายชาตรี ยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองขาว ดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement