วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นางสาวเสาวลักษณ์ ไชโย อายุ 23 ปี พนักงานห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ร้องไปยังสื่อมวลชนผ่านทางโซเชียลมีเดียขอให้ช่วยตามหาน้องดีเจ ด.ช.เจษฎากร ไชโย อายุ 3 ขวบ 9 เดือน บุตรชาย ซึ่งหายออกจากบ้านใน ม.3 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ของวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบนางสาวเสาวลักษณ์ และครอบครัวที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อช่วยติดตามหาตัวน้องดีเจ เบื้องต้นนางสาวเสาวลักษณ์ เล่าว่า ช่วงวันเกิดเหตุตัวเองได้พาน้องไปสมัครเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ก่อนจะกลับมาที่บ้านก่อนจะปล่อยให้น้องเล่นอยู่ข้างบ้าน ตนเองจึงนอนดูโทรทัศน์อยู่ภายในบ้านพร้อมกับพ่อ(ตาของน้องดีเจ) ก่อนที่น้องจะหายตัวไป ตนเองได้ช่วยกันตามหาโดยรอบแล้วไม่พบ จึงแจ้งให้คนที่อยู่ใกล้เคียงช่วยกันตามหาแต่ก็ไม่พบเช่นกัน จึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ในวันเดียวกัน
นางสาวเสาวลักษณ์กล่าวว่า ขณะนี้ทุกข์ใจกินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องพึ่งไสยศาสตร์ ให้ร่างทรงหลายแห่งช่วยดูให้ซึ่งหลายท่านบอกว่าน้องยังมีชีวิตอยู่และหายไปตรงถนนใกล้บ้านประมาณ 50 เมตร แต่ตนได้ออกตามหาโดยรอบแล้วก็ไม่พบ จึงได้แต่รอความหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตามตัวจนเจอ และภาวนาว่าน้องดีเจจะยังมีชีวิตอยู่และผู้ที่นำน้องไปให้นำน้องมาคืน
นอกจากนี้ นางสาวเสาวลักษณ์ได้พาผู้สื่อข่าวไปเดินดูจุดดังกล่าวตามที่ร่างทรงระบุ ที่มีร่องรอยการจุดธุปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พบว่าซึ่งใกล้เคียงเป็นพื้นดินต่ำลงไปเกือบ 10 เมตร คล้ายบ่อดิน เป็นที่โล่งกว้าง มีแคมป์คนงานอยู่อีกด้าน ซึ่งได้ลงไปตามหาพร้อมตำรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิและชาวบ้านแล้วแต่ก็ไม่พบ
ขณะที่ นายสุจิตร ไชโย และนางนวลจันทร์ มีโรง ซึ่งเป็นตาและยายของน้องดีเจที่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า เล่าว่า รับน้องดีเจมาเลี้ยงตั้งแต่อายุได้ 3 เดือน เนื่องจากแม่ต้องทำงานและพักอยู่ที่ อ.ถลาง ทั้งรักและผูกพัน ตั้งแต่น้องหายไปทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ ในวันเกิดเหตุนั้นตานอนดูทีวีในบ้าน ส่วนยายซักผ้าอยู่หลังบ้าน ก่อนน้องหายตัวได้วิ่งเล่นในบ้านและบอกตาว่าจะออกไปเล่นรถตักดินกับฟุตบอลหน้าบ้าน เล่นได้สักพักก็ขอยายว่าจะขึ้นไปเล่นที่ลานหญ้าข้างบ้านซึ่งยายกำลังซักผ้าจึงอนุญาตให้น้องเล่น และก็ส่งเสียงเรียกน้องดีเจเป็นระยะ เรียกประมาณ 3 ครั้งก็ยังได้ยินน้องขานรับ ก่อนจะเรียกอีกครั้งในเวลาต่อมา และไม่มีเสียงตอบรับ จึงรีบเดินมาดูพบว่าน้องหายไป พร้อมสุนัขที่เลี้ยงไว้ ซึ่งมักจะเล่นและอยู่ไม่ห่างตัวน้องดีเจก็หายไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม สองตายายรู้สึกเสียใจมาก ขอให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือตามหาน้องกลับมาเพราะน้องดีเจเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ซึ่งทั้งสองเชื่อว่าหลานจะยังมีชีวิตอยู่ และวิงวอนหากมีผู้พาตัวน้องไปก็ขอให้นำกลับมาคืน ซึ่งหากได้ตัวน้องคืนมาจะไม่ถือโทษโกรธเคืองใดๆ
ขณะที่ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.วิชิต ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้งหมด เพื่อออกติดตามหาเบาะแส ทั้งเสาะหาพยานบุคคล ภาพจากกล้องวงจรปิดต่างๆ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ โดยจะมีการเชิญพ่อและแม่ของน้องดีเจและบุคคลอื่นๆ มาสอบสวนเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

