ฝากขัง น.ศ.หนุ่มไล่จับหน้าอกสาวป้ายรถเมล์ แม่เผยลูกป่วยต้องกินยาสม่ำเสมอ

5.02.16 | 17:08 น.

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุปผาราม จับกุมนายฟง (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ในข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่าสิบห้าปีต่อหน้าธารกำนัล พร้อมกระเป๋าเป้ลายพรางทหาร โดยจับกุมได้ขณะไล่จับหน้าอกเด็กนักเรียนบริเวณป้ายรถประจำทางหน้าร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น สาขาประชาธิปก 2 แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เชิญตัวนักเรียนหญิง ม.5 ผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม มาสอบปากคำร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ เนื่องจากเหยื่อเป็นเยาวชน พร้อมชี้ตัวยืนยันผู้ต้องหาตามกระบวนการแล้ว นอกจากนี้ยังเชิญตัว น.ส.โอปอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่ถูกนายฟงจับหน้าอกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม และมีภาพกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานมาชี้ตัวแจ้งความเพิ่มเติมด้วย โดยญาติของนายฟงไม่ได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นสอบสวนแต่อย่างใด จึงส่งตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้แจ้งความเอาไว้ หากประสงค์จะดำเนินคดีกับนายฟงขอให้เดินทางมาที่ สน.บุปผาราม ได้ทันที

“คดีนี้ถือเป็นปัญหาสังคมที่น่าห่วงใย ทั้งฝ่ายเหยื่อผู้โดนล่วงละเมิดทางเพศและฝ่ายผู้ต้องหาที่ป่วยเป็นโรคสมาธิสั้น มีอาการซึมเหม่อลอยบ่อยครั้ง จากการสอบถามแม่ของนายฟง ยอมรับว่าลูกมีอาการป่วย ต้องเดินทางไปรับยาจากโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยามากินระงับอาการทุกเดือน หากแพทย์นัดพบเพื่อตรวจจะให้ลูกหยุดเรียนไปพบแพทย์ โดยไม่ได้แจ้งให้อาจารย์หรือเพื่อนทราบ เนื่องจากเกรงลูกจะถูกรังเกียจ เข้ากับเพื่อนไม่ได้ และได้รับความอับอาย ส่วนหนึ่งผมเชื่อว่านายฟงน่าจะป่วยจากการเลี้ยงดูด้วย เพราะแม่ให้ข้อมูลว่าพ่อแท้ๆ เป็นชาวจีน เลี้ยงดูนายฟงอย่างเคร่งครัดตามระเบียบวินัยมาตั้งแต่เล็ก หากทำผิดนายฟงจะถูกดุด่าว่ากล่าวและลงไม้ลงมืออย่างรุนแรงบ่อยครั้ง เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ทุกครอบครัวหันมาช่วยกันดูแลบุตรหลาน หากพบว่าบุตรหลานมีอาการป่วยจะต้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองอย่างใกล้ชิด เมื่อมีการกระทำความผิดจะได้ช่วยกันตักเตือนแก้ไขได้” พ.ต.ท.ปราโมทย์กล่าว