เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กล่าวถึงกรณีเยาวชนพัทลุงก่อเหตุคดีลวงเพื่อนไปฆ่าฝังดิน บริเวณเขาบรรทัด ริมถนนสายเขาคราม-บ้านกงหรา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานพินิจฯจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นปกติเยาวชนที่เข้าสถานพินิจฯ ระยะแรก จะมีอาการเครียด โดยกรมพินิจฯ อยู่ระหว่างการประเมินสืบเสาะ ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถแปรผลจากนักจิตวิทยาได้แล้วเสร็จซึ่งผลการ การสอบถามจากนักจิตวิทยาที่เข้าไปประเมิน เป็นการประเมินเชิงลึด เพื่อจะได้รู้ ว่าเยาวชนที่ก่อเหตุ นั้นมีสภาพจิตใจเป็นผู้ใหญ่หรือ สภาพสิ่งแวดล้อม ครอบครัวเป็นอย่างไร หลังกรมพินิจฯ จะทำรายงานเสนอต่อศาลเยาวชน เพื่อให้ทราบถึงประวัติและพฤติกรรมของเยาวชนคนดังกล่าว เป็นแนวทางในการตัดสินดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ กรณีการกระทำผิดในกลุ่มของเยาวชนนั้น พบว่า ในปัจจุบันมีหลายเหตุการณ์ที่เยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุในคดีอุกฉกรรจ์ แต่เมื่อย้อนดูสถิติจาก 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าความผิดในคดีฆ่าผู้อื่นเสียชีวิตไม่ได้เพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนเท่าเดิม
นายวิศิษฏ์ กล่าวต่อว่า ส่วนคดีเยาวชนที่มีจำนวนมากที่สุดในปัจจุบันเป็นคดียาเสพติด ส่วนคดีความผิดต่อชีวิตมีเพียงร้อยละ 1 ของเยาวชนที่กระทำผิดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สำหรับกรมพินิจฯพบเยาวชนที่กลับมากระทำผิดซ้ำประมาณร้อยละ 17 ซึ่งจากสถิติดังกล่าวนี้ หากเทียบกับต่างประเทศยังเป็นสถิติที่ถือว่ายังน้อย ทั้งนี้ แรงจูงในที่ทำให้เยาวชนหันมากระทำผิดซ้ำเกิดจากหลายปัจจัยทั้งกลุ่มเพื่อน และสภาพแวดล้อมสังคม นอกจากนี้ กรมพินิจฯได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อควบคุมเยาวชนให้ได้รับการศึกษาและดูแลในเรื่องอื่น เพื่อป้องกันไม่เยาวชนที่เคยกระทำผิดกลับไปกระทำผิดซ้ำ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีหลังเกิดเหตุเยาวชนฆ่าฝังดินที่จ.พัทลุง สังคมออกรรณรงค์และร่วมกันล่ารายชื่อ เพื่อให้เกิดการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการฆ่าข่มขืน ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ต้องการให้มีโทษถึงขั้นประหารชีวิตหรือไม่ให้ได้รับการอภัยโทษ นายวิศิษฏ์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ตนคงไม่แสดงความคิดอะไร ให้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย แต่มองว่าควรจะให้มีการพิจารณาโทษเป็นรายๆ เป็นคดีไป

