อธิบดีคุก ของบ 15ล้านบ. ซื้อฟาวิพิราเวียร์150,000 เม็ด รักษานักโทษ เร่งตรวจคัดกรองซ้ำ
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้สัมภาษณ์มติชน ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ในเรือนจำว่า ตอนนี้สั่งการให้มีการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกใน 8 เรือนจำ และสั่งให้มีการตรวจอีกครั้งตามรอบการ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงต้องเร่งการ SWAB ให้ครบ 100% เรือนจำและทัณฑสถาน ทั้งนี้หากเรือนจำไหนตรวจพบผู้ติดเชื้อ ให้เร่งคัดแยกผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มสีเขียว สีเหลือง และสีแดง
ตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข ต้องเร่งดำเนินการ คัดกรองให้เร็ว เอกซเรย์ให้เร็ว และคัดแยกให้เร็ว เพื่อการรักษาที่รวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์ในการรักษา ลดการแพร่เชื้อ และป้องกันการเสียชีวิตได้ ดังนั้นอาจจะมีจำนวนผู้ต้องขังติดเชื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วยแรกอาจจะตรวจไม่พบเชื้อ สำหรับเจ้าหน้าที่เรือนจำจะต้องตรวจหาเชื้อทุก 7 วัน
นายอายุตม์ ยังกล่าวอีกว่า ผู้ต้องขังที่พบเชื้อกว่า 10,000 ราย นั้นส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มผู้ต้องขังสีเขียว ไม่มีอาการ แต่พบเชื้อ ซึ่งทางเรือนจำได้แยกออกจากผู้ต้องขัง ที่ไม่พบเชื้อ ทั้งหมดแล้ว ส่วนการจัดซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ กรมราชทัณฑ์เตรียมจัดซื้อยา จำนวน 150,000 เม็ด จากองค์การเภสัชกรรม โดยจะใช้งบประมาณ 15 ล้านบาท เพื่อนำมารักษาผู้ต้องขังในกลุ่มสีเขียวตามจำนวนทางการแพทย์
ทั้งนี้ระหว่างนี้ให้แต่ละเรือนจำต้มน้ำขิง จัดหาฟ้าทะลายโจร เพื่อใช้รักษาควบคุมกัน อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ต้องขังในกลุ่มสีแดง ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายจะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสนามของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ซึ่งอยู่ใกล้กับเรือนจำ

