เมื่อวันที่ 5 กันยายน จากกรณีคนร้ายได้ลอบวางระเบิดรางรถไฟในพื้นที่ ม.9 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี จนทำให้ตู้โบกี้รถไฟขบวนสุไหงโก-ลก-หาดใหญ่ ถูกแรงระเบิดจนขาด ทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย และมีบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวนหนึ่ง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่เดินทางด้วยรถไฟอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะรถไฟท้องถิ่น ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าขบวนรถไฟหวานเย็นที่จอดทุกสถานีย่อย ถือเป็นการเดินทางในวิถีชีวิตประจำวันของพ่อค้าแม่ค้า รวมไปถึงนักเรียน ประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทำให้ต้องเปลี่ยนวิถีการเดินทาง ไปเป็นยานพาหนะที่เป็นรถยนต์โดยสารประจำทางแทน ส่วนบรรยากาศสถานีรถไฟปัตตานี อ.โคกโพธิ์ เป็นไปอย่างเงียบเหงา ร้านค้ากว่า 20 ร้านค้าที่อยู่โดยรอบสถานีรถไฟต่างได้รับผลกระทบ มีเพียงเจ้าหน้าที่ของการรถไฟและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงคอยดูแลความปลอดภัยบริเวณโดยรอบสถานีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง
นายสุรจิตร โชติอรรคณิต รักษาการนายสถานีรถไฟปัตตานี กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ รถไฟทุกขบวนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องหยุดวิ่ง และแน่นอนกระทบวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อยู่แล้ว ส่วนประชาชนที่ต้องเดินทางออกขึ้นไปภาคใต้ตอนบนหรือสุดปลายทางกรุงเทพฯก็ต้องเปลี่ยนการเดิน ตลอด 2 วันที่รถไฟหยุดวิ่งก็มีประชาชนโทรเข้ามาสอบถามเป็นระยะว่ารถไฟจะวิ่งวันไหน และยังให้กำลังใจพนักงานรถไฟด้วย ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้คนรถไฟทุกคนมีกำลังใจเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ต่อไป
ส่วนการกู้ซากโบกี้รถไฟและซ่อมแซมรางรถไฟที่ได้รับความเสียหายจากระเบิดนั้นในวันนี้เจ้าหน้าที่ช่างการรถไฟแห่งประเทศ พร้อมเครื่องจักรเตรียมที่จะเข้าทำการกู้ซากโบกี้ จำนวน 2 ท่อน ที่อยู่ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร และจะดำเนินการเปลี่ยนรางรถไฟที่เสียหาย ระยะทาง 1 กิโลเมตร พร้อมหมอนรางรถไฟ ให้เร่งแล้วเสร็จคาดว่าภายใน 7-10 วัน
สำหรับความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น ล่าสุด ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง เปิดเผยว่า หลังที่ได้มีการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุดใน อ.โคกโพธิ์ และอำเภอใกล้เคียง ปรากฏว่าไม่พบเป้าหมายคาดน่าจะไหวตัวทันหลบหนีไปก่อนหน้านี้ สำหรับแนวทางการสืบสวนสอบสวนล่าสุดมีรายงานว่าก่อนเกิดเหตุระเบิด พบว่า 6 ผู้ต้องสงสัยตามข้อมูลว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุได้ใช้รถกระบะมิซซูบิชิ สีเทา โดยมี นายเปาซี เป็นคนขับพาเข้าไปในพื้นที่ ต.ท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ เพื่อประชุมวางแผนก่อนจะขับออกไปจากพื้นที่ ขณะนี้รอผลตรวจพิสูจน์วัตถุพยานในพื้นที่เพื่อเทียบข้อมูลจากพยานหลักฐานว่าจะเชื่อมโยงกับ 6 ผู้ต้องสงสัยหรือไม่ ส่วนการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกทั้งจากพยานบุคคลและการขยายผลจากการลงพื้นที่เกาะติดกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ยืนยันว่าการก่อเหตุในครั้งนี้เป็นการร่วมมือของกลุ่มขบวนการนอกพื้นที่ แบ่งเป็นชุดประกอบระเบิดนำระเบิดและมีการวางแผนแบ่งสายทำหน้าที่ของกลุ่มคนร้ายนอกพื้นที่เข้ามาก่อเหตุ โดยแนวร่วมในพื้นที่ทำหน้าที่ให้ความสะดวกช่วยเหลือด้านต่างๆ โดยมีนายยะโก๊ะ ลาเตะ เป็นแกนนำระดับสั่งการเป็นผู้วางแผนการปฏิบัติการในครั้งนี้จากนอกพื้นที

แหล่งข่าวยังเผยรายงานการสืบสวนสอบสวนลึกลงไปถึงแผนการก่อเหตุร้ายในครั้งนี้ว่า จากการจัดส่งชุดกระจายออกไปติดตามหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย เพื่อนำมาประมวลผลถึงแผนการปฏิบัติ ซึ่งหนึ่งเบาะแสที่พบคือ การก่อเหตุในครั้งนี้มีการวางแผน วางคนเป็นขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การส่งคนคนขึ้นมายังขบวนรถไฟ เพื่อคอยเฝ้าสังเกตเกาะติดเป้าหมายมาตั้งแต่ต้น และมาลงยังสถานีก่อนถึงจุดเกิดเหตุ โดยมีอีกชุดคอยรายงานความเคลื่อนไหวต่อให้กับชุดคอยซุ่มสังเกตรอ การจุดชนวนระเบิด โดยมีเป้าหมายการก่อเหตุระเบิดในครั้งนี้แบบล็อกเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถไฟในโบกี้ที่ 6 ซึ่งเป็นการก่อเหตุแบบมีเป้าหมายชัดเจนด้วยมุ่งหวังทำร้ายและสังหารเจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถไฟ โดยคาดว่ามีการทดสอบและการซ้อมแผนการติดตามเป้าหมายก่อนการก่อเหตุจริง
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานประชุมสรุปผลความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขนวนรถไฟ โดยมี พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผบ.ฉก.ปัตตานี พล.ต.โภชน์ นวลบุญ ผบ.กองกำลังทหารพราน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมในการประชุมแนวทางการเร่งซ่อมแซมและจัดกำลังพลของหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 43 รวมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองช่วยดูแลความปลอดภัย เพื่อให้การเร่งซ่อมแซมเส้นทางรถไฟสามารถกลับมาให้บริการประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งรับฟังความคืบหน้าต่อแผนการติดตามไล่ล่าและความคืบหน้าในการติดตามหากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยมี พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพราน 43 และเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม รายงานผลความคืบหน้าว่า ขณะนี้ได้จัดชุดของผลการปฏิบัติและแนวทางการติดตามหากลุ่มผู้ร่วมกระทำผิดในครั้งนี้ทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ จนนำไปสู่ความคืบหน้าในแนวทางการสืบสวนสอบสวนที่จัดเจนมากขึ้น และจากหลักฐานพยานบุคคลในขณะนี้ยังสามารถโยงใยให้ทราบถึงชื่อตัวกลุ่มและบุคคลที่ร่วมกระทำผิดที่คืบหน้า โดยการปฏิบัติยังคงจัดชุดออกติดตามไล่ล่าเกาะติดเป้าหมาย รอเพียงผลตรวจดีเอ็นเอที่จะออกมาเทียบเคียงกับหลักฐานที่เกิดเหตุตรงตามที่วางไว้ จะเข้าติดตามควบคุมตัวผู้ที่คาดว่ามีส่วนร่วมและผู้ที่ก่อเหตุในทันที่

