วันที่ 7 กันยายน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 309 ศาลจังหวัดสงขลา น.ส.พนิดา พงศ์สุวรรณ ผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังเรือนจำจังหวัดสงขลา ที่นายอุทิศพร้อมพวกฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีแดงที่ 2585/57 อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายไพศาล หนูสังข์ กับพวก คดีฆ่านายพีระ ตันติเศรณี อดีตนายก ทน.สงขลา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 ที่หน้าสำนักงานสงขลาฟอร์รั่ม ถนนนครใน เขตเทศบาลนครสงขลา ส่วนบรรยากาศภายในศาลจังหวัดสงขลา ได้มีญาติพี่น้องและอดีตภรรยาของนายพีระ มารอคำพิพากษาศาลประมาณ 5 คน ส่วนฝ่ายนายอุทิศไม่มีใครเดินทางเข้ามาที่ศาล
“ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทรณ์ให้ประหารชีวิตนายไพศาล หนูพันธ์ จำเลยที่ 1 นายฉ้วน หมวดมี จำเลยที่ 3 และนายอุทิศ ชูช่วย จำเลยที่ 5 อดีตนายก อบจ.สงขลา ส่วนนายกิตติ ชูช่วย จำเลยที่ 4 และนายสุดขีด จันทร์เขียว จำเลยที่ 7 ให้จำคุกตลอดชีวิต ส่วนผู้ต้องหาที่ 2, 6 เสียชีวิต” ผู้พิพากษากล่าว

เมื่อได้ทราบคำพิพากษาว่าศาลฎีกาพิจารณายืน แสดงความดีใจแล้วเดินออกจากศาลมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดย พญ.พิชญา พรรคทองสุข ภรรยานายพีระกล่าวว่า ศาลฎีกาตัดสินตามหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งหลักฐานเพียงพอที่ลงโทษผู้กระทำผิดได้ ขอบคุณทุกฝ่ายทั้งตำรวจ อัยการที่ช่วยผลักดันมีความเป็นธรรม และศาลมีบรรทัดฐานในการพิจารณาคดี ทำให้คนที่มีอำนาจใช้อำนาจแบบผิดๆ ได้ขบคิด
รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องนายอุทิศพร้อมพวกทั้งหมด แต่โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิต โดยจำเลยได้ต่อสู้คดีในศาลฎีกา กระทั่งฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
สำหรับนายอุทิศ และนายพีระ ทั้ง 2 คน เป็นเพื่อนสนิท ร่วมทำงานการเมืองมาก่อน แต่มาแตกหักกันในเรื่องของโครงการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้า ซึ่งเป็นโครงการของนายอุทิศที่จะก่อสร้างที่แหลมสนอ่อนข้ามทะเลสาบสงขลายังฝั่งเขาแดง แต่ถูกนายพีระในฐานะนายก ทน.สงขลา เจ้าของพื้นที่ไม่อนุญาตให้มีการก่อสร้าง โดยภายหลังการตายของนายพีระ นายอุทิศได้หยุดเส้นทางชีวิตบนถนนการเมืองของตัวเอง มาทำธุรกิจส่วนตัว เนื่องจากในการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา แพ้การเลือกตั้งให้แก่ นายนิพนธ์ บุญญามณี ซึ่งก็เคยเป็นเพื่อนกัน ที่ผันตัวเองจากสนามการเมืองระดับชาติลงมาสู่ระดับท้องถิ่น

