เยียวยาครอบครัวผญบ.หลังถูกยิงถล่มบ้าน กำชับตร.เร่งจับคนร้าย

(6 ก.พ.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงค่ำวานนี้ ที่สำนักสงฆ์บ้านป่าพน อ.มะนัง จ.สตูล นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่เยียวยาครอบครัวของ ด.ช.จิระศักดิ์ สงด้วง อายุ 13 ปี  บุตรชายของ นายจำรูญ สงด้วง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่9 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ที่ถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายยิงถล่มที่ทำการบ้านผู้ใหญ่ซึ่งเป็นพ่อ โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า 

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลได้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมฝากให้ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด มาลงโทษโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญชาวบ้านและขอให้ชาวบ้านช่วยกันแจ้งเบาะแส หากพบผู้บุคคลต้องสงสัยร่วมก่อเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำตัวมาลงโทษ

ล่าสุด ด้านนายจำรูญ ผู้ตกเป็นเป้าทำร้ายในครั้งนี้ เชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของตำรวจที่จะทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด และไม่เงียบเหมือนที่แล้วมา  หากปล่อยไว้ชาวบ้านก็ไม่กล้าหากิน ไม่กล้ามาท่องเที่ยว สำหรับการทำงานของตนก็ทำไปตามหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ทางอำเภอได้จัดเวรยามมาเฝ้าให้ที่วัด บ้านตลอด 24 ชม.  สร้างความอุ่นใจในระดับหนึ่ง

Advertisement

ด้านแนวทางการสืบสวนสอบสวน ทางชุดวิทยาการพิสูจน์หลักฐานได้เร่งรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อเปรียบเทียบวิถีชนิดของเครื่องกระสุน ที่เคยมีการก่อเหตุเมื่อเดือนมีนาคม 2558 คดีลวงรอง ผกก.สภ.มะนัง  และลูกน้อง ยิงถล่มในป่าใกล้ถ้ำว่าเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งรอยเท้าและเสียงที่ตะโกนด่าทอก่อนลงมือยิงถล่มที่ทำการผู้ใหญ่บ้านในคืนวันเกิดเหตุจากพยานแวดล้อมเพื่อเป็นหลักฐานในการเอาผิดคนร้ายชุดนี้   

201602061145173-20150518130435

ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล และกำลังจากตำรวจภูธรภาค 9 ยังคงตรึงกำลังบริเวณที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล หลังเกิดเหตุยิงถล่มเป็นเหตุให้บุตรชายวัย 13 ปี เสียชีวิตคาบ้าน ขณะที่ภรรยาได้รับบาดเจ็บพร้อมบุตรสาวที่ยังเข้ารักษาตัวที่รพ.ม.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยชุดวิทยาการพิสูจน์หลักฐานยังคงลงพื้นที่เพื่อเก็บรอยเท้าของคนร้ายหลังก่อเหตุ พบหลบหนีมุ่งหน้าไปยังถ้ำโกบ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการ ผญบ.จุดเกิดเหตุไม่มากนัก จึงมีการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อม ชุดสุนัขสงคราม และชุดลาดตระเวนจาก ตชด.436 และ 43 ในการติดตามไล่ล่าจุดที่สูงชันตามแนวเขา ส่วนพื้นที่ราบโดยรอบหมู่บ้านใช้ชุดกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และเสริมกำลังจากภาค 9 สแกนกันทุกตารางนิ้ว

พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒน์ชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9  ยอมรับว่าต้องมีการประชุมปรับแผนการทำงานใหม่อีกครั้ง หลังวานนี้พบอุปสรรคเรื่องสภาพอากาศที่ตรวจค้นพื้นที่สูงชันพื้นที่เป้าหมาย การเข้าค้นบ้านของบุคคลผู้ต้องสงสัย ที่เชื่อว่าพัวพันในคดีนี้ การลงมาคุมคดีนี้ด้วยตัวเอง รวมทั้งคดีค้างเก่าต่างๆ ในพื้นที่อำเภอมะนัง เพื่อสะสางม้วนเดียวให้จบ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ชาวบ้านเสียขวัญ และภาพการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา ส่วนหมายจับต้องรอรวบพยานหลักฐานให้แน่นกว่านี้ในการขอหมายจับผู้ต้องหา 3 คน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image