‘ไพบูลย์’ผุดเครือข่ายเกษตรกรช่วยส่องปัญหายาเสพติด ย้ำเดินหน้าปิดสามเหลี่ยมทองคำ

7.09.16 | 16:50 น.

วันที่ 7 กันยายน  เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมลำปางเวียงทอง อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรเครือข่ายเกษตรกรอาสาพัฒนาประชารัฐ รุ่นที่ 1 เพื่อเป็นการประสานความร่วมมือกันกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อเสริมบทบาทของเครือข่ายเกษตรกรให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นการผลักดันให้ชุมชนและหมู่บ้านมีความมั่นคง และปลอดภัยจากยาเสพติด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจาก 17 จังหวัดภาคเหนือเข้ามาร่วมทุกจังหวัด และมีเกษตรกรจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมรับการอบรม รุ่น 1 ในครั้งนี้ 368 คน ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยสำนักงาน ป.ป.ส. ที่เล็งเห็นปัญหาในภาคการเกษตรที่มีกลุ่มแรงงานรับจ้างในภาคการเกษตรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งเป็นผู้เสพ และอาจจะผันตัวเองเป็นผู้ขาย ดังนั้น จึงได้นำเจ้าของพื้นที่ และผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมของภาคเหนือ เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายช่วยกันสอดส่องดูแลให้ภาคการเกษตรปลอดจากยาเสพติด

พล.อ.ไพบูลย์ได้กล่าวว่า ตนเล็งเห็นความสำคัญที่นำเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลปัญหา โดยจัดอบรมเครือข่ายรุนแรงจำนวนจำนวน 368 คน แต่ตามเป้าหมายจะดึงเกษตรกรทั่วประเทศ เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายนำร่องกว่า 1,700 คน ซึ่งจะมีการอบรมในแต่ละภูมิภาคต่อไป ส่วนการขยายเครือข่ายนั้นทางสภาเกษตรกรแห่งชาติ จะลงลึกไปถึงเครือข่ายระดับตำบล และชุมชนกว่า 80,000 หมู่บ้าน ที่จะช่วยกันเข้าถึง และดูแลในเรื่องปัญหาดังกล่าว ถือว่าจะเป็นเรื่องดี และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงยุติธรรม ที่หวังจะแก้ปัญหาจากระดับชุมชนและหมู่บ้าน

“การเดินทางมายังจังหวัดทางภาคเหนือในวันนี้ ตนเองไม่มีข้อสั่งการพิเศษใดเกี่ยวกับการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด จาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่เดินทางมาร่วมประชุมวาระพิเศษที่ จ.ลำปาง ครั้งนี้  เพราะทุกภาคส่วนทำดีอยู่แล้ว ส่วนตามพื้นที่ตะเข็บชายแดนภาคเหนือนั้น ที่มีการลักลอบขนยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าขนเข้ามาตลอด ยอมรับว่าถึงแม้จะมีการปราบปรามอย่างเข้มงวดเพียงใด แต่ก็จะไม่มีวันหมดไป สำหรับปัญหายาเสพติดทะลักเข้ามาตามแนวตะเข็บชายแดนภาคเหนือของไทยนั้น ตนเห็นควรที่จะต้องมีการควบคุมสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด ซึ่งมั่นใจว่าจะทำให้ยาเสพติดลดลง แต่ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ในการช่วยกันควบคุม และสกัดสารตั้งต้น เพื่อไม่ให้มีการผลิตยาเสพติดได้ ฉะนั้นหากสารตั้งต้นไม่มี แน่นอนว่ายาเสพติดก็จะไม่มีตามมา สำหรับในเรื่องนี้ตนเองได้บรรจุเรื่องการดำเนินงานให้อยู่ในแผนปฎิบัติการ 10 ปี (2559- 2568) ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนจะเดินหน้าหารือกับประเทศสมาชิกอาเซียน คือ การปิดสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นเขตชายแดนที่มีการแพร่ และทะลักของยาเสพติดจำนวนมาก เนื่องจากมีแหล่งผลิตยาเสพติดตั้งอยู่ ซึ่งเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้แหล่งผลิตยาเสพติดได้หมดไปจากพื้นที่ดังกล่าว ฉะนั้น จึงต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะต้องร่วมมือกัน เพื่อทำให้แหล่งผลิตยาเสพติดทั้งบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ หรือในแนวตะเข็บชายแดนให้หมดไป นอกจากนี้ ยังจะต้องหารือ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรีย และเกาหลี ในการสนับสนุนงบประมาณร่วมเพื่อดำเนินงานป้องกัน และพัฒนาระบบประเทศเพื่อนบ้าน  เพื่อร่วมกันทำให้แหล่งผลิตยาเสพติดตามแนวชายแดนนั้นหมดไป