“ศรีวราห์”ขอหมายจับมือบึ้มหัวหิน มีคดีอื้อ จ่อออกกระบี่อีก2 ยันไม่พบหลักฐานโยงบีอาร์เอ็น

8.09.16 | 10:46 น.

เมื่อเวลา 08.00น.วันที่ 8กันยายน ที่กองบินตำรวจ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีก่อเหตุระเบิด และวางเพลิงในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ พร้อมด้วย พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางไปยังศาลมณฑลทหารบกที่ 15 จ.เพชรบุรี เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาวางระเบิดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย ในข้อหามีวัตถุระเบิดที่ใช้ในราชการสงคราม ที่นายทะเบียนไม่อนุญาต และพยายามวางเพลิงฯ


พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่าเดินทางไปขอศาลทหารจังหวัดเพชรบุรีให้ออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม1รายในข้อหามีวัตถุระเบิด พยายามวางเพลิง ซึ่งการออกหมายจับเป็นการออกตามภาพจากกล้องวงจรปิด ภายหลักผลนิติวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบส่วนสูง และลักษณะอื่นๆพบว่าตรงกันกับบุคคลในภาพ โดยยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ แต่พบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุ ในพื้น3จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งเคยถูกออกหมายมาแล้วหลายคดี

ส่วนความคืบหน้าการออกหมายจับผู้ต้องหารายอื่นๆเพิ่มเติมนั้น รองผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะจังหวัดพังงา และกระบี่ คาดว่าเร็วๆนี้ จะสามารถขอหมายจับเพิ่มเติมได้อีก2ราย ขณะที่มูลเหตุจูงใจตน เชื่อว่าเป็นการก่อกวน แต่ไม่ใช่เรื่องการแบ่งแยกดินแดน หรือเกี่ยวโยงกับการเจรจาพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ส่วนจะมีผู้จ้างวานหรือไม่นั้น ตนยังไม่สามารถระบุได้ส่วนกระแสข่าวที่กลุ่มบีอาร์เอ็น ออกมายอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุระเบิด7จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งเหตุคาร์บอมหน้าโรงเรียนตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ในส่วนของการข่าวนั้นตนไม่ทราบ แต่ในสำนวนยังไม่พบข้อมูล และไม่พบหลักฐานอื่นๆที่เชื่อว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นเข้ามาเกี่ยวข้องก้บเหตุระเบิดดังกล่าว

ด้านการสืบสวนหากลุ่มผู้ก่อเหตุคาร์บอมหน้าโรงเรียนตาบา อ.ตากใบ นั้นรองผบ.ตร.กล่าวว่า อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่หวังผลให้ประเทศชาติเสียหาย แต่ไม่ใช่การยกระดับการก่อเหตุ เพราะเหตุความรุนแรงที่มีผลกระทบมากกว่านี้ ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

Advertisement

ขณะที่การวางมาตรการป้องกันเหตุความรุนแรง ทางด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้ มีการปฏิบัติอย่างเข้มงวดมาตลอด รวมทั้งกำชับให้ออกแผนการตรวจค้นตามเส้นทางระบบสาธาณะทั้งหมด รวมทั้งให้มีการบูรณาทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง

รายงานข่าวแจ้งว่า ศาลมณฑลทหารบกที่ 15 (เพชรบุรี) ได้อนุมัติให้ออกหมายจับผู้ต้องหา 1ราย คือนายเสรี แวมามุ อายุ31 ปีอยู่บ้านเลขที่123 หมู่ที่6ต.ปากบางอ.เทพาจ.สงขลาในความผิดฐาน “ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครอง โดยผิดกฎหมายและร่วมกันพยายามวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น”