เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ และ นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยาและพี่สาวนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ พร้อมนายเอนก คำชุ่ม ทนายความ เดินทางยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอความเป็นธรรมให้มีความเห็นแย้งกับพนักงานอัยการที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในคดีโอนหุ้นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ที่มีความผิดปกติ ซึ่งคดีนี้มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์, น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อดีตพริตตี้คนสนิทนายชูวงษ์, น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์คนสนิท พ.ต.ท.บรรยิน และ น.ส.ศรีธรา พรหมา มารดาของ น.ส.อุรชา เป็นผู้ต้องหา โดยมี พ.ต.อ.ภาณุพงศ์ ชอบเพื่อน รอง ผบก.กองงบประมาณ ในฐานะนายตำรวจเวรอำนวยการ เป็นผู้รับหนังสือแทน
นางศิริรัตน์กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบรัดกุม สำนวนหนากว่า 3,000 หน้า ก่อนจะมีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกในข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม,ร่วมกันลักทรัพย์ และรับของโจร แต่ปรากฏว่า พนักงานอัยการ โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งตามขั้นตอนของกฎหมายสำนวนการสอบสวนจะถูกส่งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ ผบ.ตร.พิจารณาว่าจะมีความเห็นตามพนักงานอัยการ หรือมีความเห็นแย้ง โดยคดีนี้ทางญาติยังไม่เห็นตัวคำสั่งอย่างเป็นทางการของพนักงานอัยการว่าให้เหตุผลอะไรจึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ทราบว่ามีการพิจารณาในรูปคณะกรรมการ โดยอัยการเจ้าของสำนวน อัยการผู้เชี่ยวชาญ รองอธิบดีอัยการ มีความเห็นว่าควรสั่งฟ้อง แต่อัยการฝ่าย และอธิบดีอัยการ กลับมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งเสียงไม่เด็ดขาด และทางญาติมีความมั่นใจพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวม จะเพียงพอที่จะสามารถฟ้องคดีต่อศาล จึงมาขอความเป็นธรรมให้พิจารณาสำนวนการสอบสวนอย่างรอบคอบ และมีความเห็นแย้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายผู้เสียหาย และผู้ต้องหาได้นำพยานหลักฐานเข้าต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ขณะเดียวกันการที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นพนักงานสอบสวน และขอให้การในชั้นศาล แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาเองก็มีความต้องการที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล ทั้งนี้ทราบว่าภายหลังพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ทนายความของผู้ต้องหาได้ไปยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อเร่งรัดให้พนักงานอัยการส่งสำนวนให้ ผบ.ตร.พิจารณาโดยเร็ว ตนจึงได้เดินทางขอความเป็นธรรมกับเพราะเชื่อว่าสำนวนการสอบสวนน่าจะถูกส่งมาถึง ผบ.ตร.แล้ว
“การรวบรวมพยานหลักฐานของ พนักงานสอบสวน กองปราบปรามละเอียด และน่าเชื่อถือหรือไม่ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดทรัพย์ หรือ ก.ล.ต.ก็มีการตัดสินแล้วว่าการโอนหุ้นมีความผิดปกติ มีการสั่งลงโทษ สั่งปรับ รวมทั้งพักงานผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันคดีนี้ศาลก็ได้มีการอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งโดยปกติศาลไม่ได้อนุมัติออกหมายจับใครโดยง่ายหากไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ นอกจากนี้ ป.ป.ง.ก็มีการยึดทรัพย์ผู้ต้องหา ความหมายคืออะไร หน่วยงานทั้ง 4 หน่วยนี้ มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ทำไมพนักงานอัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง ญาติจะมีการร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานระดับสูงเพื่อตรวจสอบผู้ที่ใช้อำนาจในการสั่งคดี ยืนยันทางญาติมีความมั่นใจว่าพยานหลักฐานที่มีสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ และเชื่อว่าผู้ต้องหากระทำผิดจริง นอกจากนี้ อยากให้สังคมจับตามองว่าเหตุใดผู้ต้องหาจึงได้ส่งทนายความไปเร่งรัดกับอัยการสูงสุดให้รีบส่งสำนวนให้ ผบ.ตร.พิจารณา และอยากให้สังคมจับตามองด้วยว่าคดีนี้มีการแทรกแซงหรือไม่” นางศิริรัตน์กล่าว
นางศิริรัตน์กล่าวด้วยว่า ไม่ต้องการกดดัน ผบ.ตร.หรือกระบวนการยุติธรรม เพียงแต่อยากขอความเป็นธรรมในทางคดีเท่านั้น จากนี้ไปทางญาติจะรอให้ ผบ.ตร.พิจารณาสำนวนการสอบสวน แต่เชื่อมั่นว่าหาก ผบ.ตร.ได้เห็นสำนวนการสอบสวนที่ตำรวจกองปราบปรามสรุปมา ท่านน่าจะมีดุลพินิจในทางที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางครอบครัวต้องขอบคุณตำรวจกองปราบปรามที่รวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนการสอบสวนอย่างแน่นหนา ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ลงมาดูแลการสอบสวนด้วยตนเอง เนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ส่วนกระแสข่าวมีการใช้เงินกว่า 20 ล้านบาท เพื่อวิ่งเต้นให้ล้มคดีนี้ ตนขอปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเรื่องนี้ หากในที่สุดแล้ว ผบ.ตร.มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องทางญาติก็จะฟ้องคดีต่อศาลเอง เพราะหากพนักงานอัยการ และ ผบ.ตร. มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ในคดีโอนหุ้น และญาติไม่ฟ้องคดีต่อศาลเอง เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์อย่างแน่นอน เพราะคดีฆาตกรรมต้องมีเหตุจูงใจ ซึ่งขณะนี้ทางญาติยังไม่เห็นคำสั่งของพนักงานอัยการว่าให้เหตุผลว่าอย่างไร เหตุใดจึงสั่งไม่ฟ้อง แต่ประเด็นเรื่องลายเซ็น ที่ผู้ต้องหาให้การตลอดว่าลายเซ็นไม่ปลอม และอ้างว่าฝ่ายผู้เสียหายไม่เคยปฏิเสธ ตนอยากจะบอกว่าผู้เสียหายจะปฏิเสธได้อย่างไร เพราะผู้เสียหายชีวิตไปแล้ว ประเด็นนี้น่าจะมีการพิสูจน์ในชั้นศาลว่า การโอนหุ้นเป็นไปตามจุดประสงค์ของผู้ตายหรือไม่ เพราะญาติมีหลักฐานว่าใบโอนหุ้นทั้ง 2 ใบถูกแก้ไข ทางญาติพร้อมที่จะฟ้องคดีเอง หาก ผบ.ตร.มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง แต่มั่นใจว่าพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งฟ้องคดีได้ สำเนาบัตรประชาชนที่แนบกับใบโอนหุ้นถูกแก้ไข จากจำนำหุ้นถูกลบออกทั้งหมดเหลือเพียงลายเซ็นอย่างเดียว ซึ่งคดีปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม จะปลอมบางส่วนหรือปลอมทั้งหมดก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว
ด้านนายเอนกกล่าวถึงความคืบหน้าฆาตกรรมนายชูวงษ์ว่า คดีมีความคืบหน้าตามลำดับ ในเร็วๆ นี้ คาดว่าพนักงานสอบสวนน่าจะสามารถสรุปสำนวนการสอบสวน และมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้ ซึ่งทางญาติคงไม่สามารถก้าวล่วงการทำงานของพนักงานสอบสวน แต่ทราบว่าคดีนี้มีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบรัดกุม ทางญาติมีความเชื่อมั่นว่าจากพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวม มีน้ำหนักเพียงพอที่จะฟ้องและนำคดีขึ้นสู่ศาลได้ ขณะเดียวกันเชื่อว่า ผบ.ตร.เองจะเอาสำนวนมาตรวจสอบอีกครั้งว่า ความเห็นของอธิบดีอัยการกรุงเทพใต้ที่ความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ถูกต้องโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ ทั้งนี้ ตามขั้นตอนของกฎหมาย หาก ผบ.ตร.มีความเห็นแย้งสำนวนก็จะถูกส่งไปยังอัยการสูงสุดเพื่อชี้ขาดต่อไป

