สะเทือนใจ! ซุ่มยิง ‘กวางป่า’ หนัก 200 กิโล กระสุนเจาะ 4 นัด วิ่งเตลิดหนีทั่วทั้งป่า สุดท้ายสิ้นใจริมลำห้วย

18.06.21 | 18:34 น.

สะเทือนใจ! ซุ่มยิง ‘กวางป่า’ หนัก 200 กิโล กระสุนเจาะ 4 นัด วิ่งเตลิดหนีตายทั่วทั้งป่า สุดท้ายสิ้นใจริมลำห้วย สุดเวทนานอนตายตาไม่หลับ ฟื้นกระแสฆ่า ‘เสือดำ’ ส่วนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ต่างเศร้า ยอมรับมีแค่ 9 นายดูแลผืนป่าไม่ทัน ด้าน ผกก.สั่งการด่วน เร่งล่าตัวมือสังหารมารับกรรม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น.ของวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา นายสมนึก ชุมเกตุ หรือใหญ่นึก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่าพบกวางป่าขนาดใหญ่นอนตายอยู่ภายในป่า บริเวณพื้นที่หมู่ 3 บ้านวังกลั้ง ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง จึงได้ประสาน นายจิรศักดิ์ ยังสุวรรณ์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า หน่วยที่ ขป.5 (บ้านในเตา) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ากว่า 20 นาย เดินทางเข้าไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุต้องเดินทางจากหน่วยพิทักษ์ป่าไปกว่า 20 กม. สลับกับการนั่งรถและเดินเท้า ซึ่งเป็นพื้นที่หุบเขา ลักษณะเป็นพื้นที่สูงชันตลอดทาง เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นภูเขา ก่อนจะไปถึงพื้นดินใกล้กับป่าสับปะรด ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในป่า ซึ่งอยู่ในเขตเขาปู่-เขาย่า อยู่ติดกับลำห้วยวังกลั้ง พบซากของกวางป่า หรือกวางม้า เพศผู้ อายุประมาณ 4-6 ปี ไม่เกิน 7 ปี น้ำหนัก 200 กก. สภาพสมบูรณ์ ตัวโตเต็มวัย อยู่ในช่วงวัยรุ่น มีเขาที่ยาว แต่ยังคงเป็นเขากวางอ่อน พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดลูกซองยาว กระสุนขนาดเบอร์ 12 จำนวน 4 นัด หัวกระสุนเจาะเข้าบริเวณหน้าอก 2 นัด ขาหน้า 1 นัด และชายโครงซ้าย 1 นัด จนทำให้เลือดไหลเจิ่งนองออกมา จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบมีหยดเลือดของกวางตัวดังกล่าวไหลหยดออกมาจากป่าทึบเป็นทางยาว

ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำร่างกลับมายังที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าฯ พร้อมประสาน ร.ต.อ.ธีรทัศน์ ธรรมรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.รัษฎา เข้ามาตรวจสอบในเวลา 16.00 น. ต่อมาในเวลา 16.30 น. ทางพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อถ่ายรูปและตรวจสอบในจุดที่พบซากกวางป่าก่อนจะเดินทางกลับ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดหลุมด้วยรถแบ๊กโฮ ก่อนจะฝังซากกวางป่าตัวดังกล่าวบริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์ป่า ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน

Advertisement

จากการสอบถาม นายเอื้อน เกื้อลาว อายุ 54 ปี พนักงานราชการหน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า หน่วยที่ ขป.5 (บ้านในเตา) เล่าว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะลงมือยิงเมื่อช่วงย่ำรุ่ง แต่ปรากฏว่ากวางไม่ได้สิ้นใจในทันที จึงได้วิ่งหนีเตลิดและได้พยายามวิ่งหาแหล่งน้ำตามสัญชาตญาณของสัตว์เพื่อเอาตัวรอด ก่อนจะมาสิ้นใจริมห้วย ต่อมาในช่วงเช้าชาวบ้านได้พบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวจากป่าทึบ ไปจนถึงริมห้วย ก่อนที่จะเดินตามรอยเลือดไป และได้พบเห็นกวางสิ้นใจแล้ว จึงได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาตรวจสอบ โดยตนยังมองไม่ออกว่าในครั้งนี้เจตนาเพื่ออะไร เพราะพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าเขาที่อยู่ติดต่อกับ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และ อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ซึ่งมีกวางป่า หรือกวางม้า อยู่อาศัยกว่า 30 ตัว โดยอยู่อาศัยเป็นฝูง และคาดว่าน่าจะมากที่สุดในภาคใต้ ส่วนใหญ่จะพบได้มากที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

ที่ผ่านมาตนทำงานมาหลายปี เคยมีการล่าสัตว์ป่าเช่นกวางลักษณะนี้เมื่อ พ.ศ.2546 หรือเกือบ 20 ปีที่แล้วแค่ครั้งเดียว ก่อนจะมาเกิดเหตุในครั้งนี้ ทำให้ตนในฐานะเจ้าหน้าที่รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถปกป้องไว้ได้

“ในส่วนของการทำงาน ภายในหน่วยพิทักษ์ป่ามีเจ้าหน้าที่เพียงแค่ 9 นาย ต้องดูแลและรับผิดชอบดูแลผืนป่ากว่า 6-7 หมื่นไร่ ยอมรับว่าการดูแลและปกป้องผืนป่าไม่ทั่วถึง ตนและทีมงานต้องเข้านอนภายในป่าอย่างตลอด แต่บางครั้งผู้ก่อเหตุมีจำนวนที่มากกว่า เราทำการลาดตระเวนอยู่อีกฝั่ง แต่ผู้ก่อเหตุอยู่อีกฝั่ง จึงเป็นอะไรที่ยากมาก แต่เราผู้ทำงานระดับปฏิบัติงานยอมรับว่าทำงานอย่างเต็มที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมา”

เบื้องต้นทาง พ.ต.อ.ปรีดี นาคช่วย ผกก.สถานีตำรวจภูธรรัษฎา ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนทำการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบปากคำเพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำผิด เนื่องจากเป็นเหตุที่อยู่ในความสนใจและสะเทือนใจคนทั้งประเทศ โดยเร่งพยายามติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับกวางป่า หรือกวางม้า เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) จัดให้กวางป่าอยู่ในระดับเสี่ยงสูญพันธุ์ (VU)