โจ๋เทคนิคกลางเมืองแปดริ้ว ถูกอริไม่ทราบฝ่ายขับรถตามประกบ ก่อนใช้ปืนไล่ยิง-ปาระเบิดใส่ซ้ำ

เรียนออนไลน์ยังไม่วายถูกรังแก โจ๋เทคนิคกลางเมืองแปดริ้ว ถูกอริไม่ทราบฝ่ายขับรถตามมาประกบ ก่อนใช้อาวุธปืนไล่ยิง-ปาระเบิดใส่ซ้ำ ขณะเหยื่อทั้งสองต่างหวาดผวาพากันทิ้งรถวิ่งหลบหนี โชคดีที่ระเบิดด้านลอยกระทบต้นไม้ตกลงฝ่ากลางวงภายในร้านก๋วยเตี๋ยว ทำชาวบ้านหวั่นถูกลูกหลงไปด้วยตามกัน

วันที่ 18 มิ.ย.64 เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าตรวจสอบเหตุนักเรียนอาชีวะไล่ยิงกันบนท้องถนน ทางหลวงชนบทสาย 2004 เส้นทางเชื่อมจากทางสามแยกบ้านใหญ่ ถนนสาย 314 มุ่งหน้าสู่ถนนสาย 34 เทพรัตน (บางนา-ตราด) พื้นที่ ม.4 ต.บางกะไห อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนพบนักเรียนชายระดับชั้น ปวช.ปีที่ 2 ของวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่กลางใจเมืองฉะเชิงเทรา อยู่ท่ามกลางชาวบ้านที่กำลังเข้ามาให้การช่วยเหลือ

จากการสอบถาม นายกิตติธัช รัตนเลิศ อายุ 16 ปี นักศึกษาสาขาช่างไฟฟ้ากำลัง กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุกำลังจะขับรถจักรยานยนต์มากับเพื่อน 2 คน คือ นายวุฒิพงษ์ เพชรสว่างเกิด อายุ 16 ปี นักศึกษาช่างอิเล็กทรอนิกส์สถาบันเดียวกัน โดยตนเป็นคนนั่งซ้อนท้าย มาตามเส้นทางสายนี้จากในพื้นที่ ม.1 ต.โสธร มาออกยังซอยข้างวัดนาคูโมทนามัย เพื่อที่จะเข้าไปส่งเพื่อนยังที่บ้านในพื้นที่ ม.7 ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากได้เรียนออนไลน์และไปธุระด้วยกันมา

ได้มีกลุ่มของวัยรุ่นคราวเดียวกัน ซึ่งพวกตนไม่รู้จักหรือเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนรวม 4 คน ขับรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน ไล่ตามมาประกบที่ด้านหลัง และได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงมาใส่พวกตน 1 นัด แต่กระสุนไม่ถูกใคร นายวุฒิพงษ์ ซึ่งเป็นคนขับจึงได้เร่งเครื่องหลบหนีและเลี้ยวรถเข้าไปจอดยังที่หน้าร้านค้าข้างทาง ที่ตั้งอยู่เยื้องด้านฝั่งตรงข้ามกับวัดบ้านนาเทพธาราม และต่างพากันทิ้งรถวิ่งหลบหนี

จากนั้นกลุ่มของผู้ก่อเหตุได้ขับตามมาทันพร้อมกับปาวัตถุรูปร่างทรงกลมตามหลังมายังภายในร้านก๋วยเตี๋ยวด้วย ขณะที่พวกตนได้พากันวิ่งหนีหลบเข้าไปยังที่ด้านหลังของร้านค้า โดยมีชาวบ้านที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันอยู่จำนวนหลายคน ได้ยินเสียงของกลุ่มพวกผู้ก่อเหตุที่ขับรถเลยหน้าร้านไปร้องบอกกันว่าระเบิดด้าน จึงได้พากันเลี้ยวรถย้อนกลับเข้ามาถีบรถจนล้มลง และรุมทุบรถจักรยานยนต์ของพวกตน พร้อมกับใช้มีดปลายแหลมฟันจนมีดดาบหักครึ่ง ก่อนที่จะพากันหลบหนีไป

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้พูดคุยสอบถาม นายภานุกร สัตะพันธ์ อายุ 31 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.บางกะไห อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งกำลังเข้ามานั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ภายในร้านขณะเกิดเหตุ เล่าว่า ได้เห็นกลุ่มวัยรุ่นขับรถไล่กันมาตามเส้นทาง โดยกลุ่มของคนร้ายถืออาวุธปืนขนาดเล็กจิ๋วลักษณะเป็นปืนลูกโม่ไล่ตามประกบ 2 เด็กวัยรุ่นที่เข้ามาจอดรถทิ้งแล้ววิ่งหลบหนีอ้อมเข้าไปยังที่ด้านหลังร้าน 1 คน

และวิ่งเลาะคูน้ำที่ด้านหน้าร้านไป 1 คน จากนั้นได้มีการปาระเบิดแบบไทยประดิษฐ์ลอยมากระทบเข้ากับต้นไม้ที่หน้าร้านค้า ก่อนที่ระเบิดจะปลิวเข้ามากระทบกับโครงหลังคาเหล็กของร้านก๋วยเตี๋ยว และตกกระทบลงมาที่พื้นใกล้กับจุดที่ตนนั่งอยู่กับแฟนสาว 2 คน ห่างเพียงประมาณ 2 เมตร จากนั้นก้อนระเบิดจึงได้ปลิวลอยไปตกลงยังในคูน้ำริมถนนหน้าร้านค้าพอดี

ซึ่งโชคดีที่ระเบิดด้านไม่ทำงาน ซึ่งหากระเบิดทำงานในขณะที่เข้ามากระทบกับโครงหลังคาเหล็กที่อยู่เหนือศีรษะของตน และพื้นด้านข้างโต๊ะก๋วยเตี๋ยวที่ตนนั่งอยู่กับแฟน และยังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่นั่งอยู่ในร้าน เหตุการณ์น่าจะร้ายแรงกว่านี้ และอาจทำให้มีคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมากได้ โดยเฉพาะตนเองพร้อมกับแฟนสาวที่นั่งอยู่ใกล้กับจุดที่ระเบิดตกลงมามากที่สุด

หลังเกิดเหตุได้มีเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจประจำตู้ยามตำบลบางพระ ได้เดินทางเข้ามานำพาให้ผู้เสียหายทั้ง 2 คน เดินทางไปเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อทางพนักงานสอบสวน ยังที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ด้วยตนเองโดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบยังในจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางความตกใจของชาวบ้านที่ยังอยู่ในความหวาดผวา

และออกมายืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ โดยที่กลุ่มของนักเรียนนักเลง ที่พยายามจะก่อเหตุร้ายขึ้นในครั้งนี้ ได้ขับรถหลบหนีไปอย่างลอยนวล ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นมาอีกได้ หากทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองยังไม่สามารถที่จะควานหาตัวกลุ่มของผู้ก่อเหตุมาลงโทษได้ เนื่องจากนักเรียนอาชีวะเหล่านี้ยังคงอยู่ระหว่างการเรียนออนไลน์และอยู่ภายนอกสถาบันการศึกษาที่ไร้การควบคุมจากทางสถานศึกษาต้นสังกัด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หมอนิธิ แจงรออีก 2 อาทิตย์ แจ้งแนวทางเปิดปชช.จองซิโนฟาร์ม
บทความถัดไปอยุธยา ไฟเขียวก่อสร้างห้างเซ็นทรัล หลังคนงานติดเชื้อต้องหยุด 6 วัน เผยพบคลัสเตอร์ใหม่ 2 โรงงานอุตสาหกรรม