สลด ! ปู่ถอยสิบล้อทับหลานชายวัยขวบเศษดับ เผยเป็น ‘ตราบาป’ ชั่วชีวิต

เวลา 10.00 น.วันที่ 6 ก.พ.59 ร.ต.อ.สมัย ดวงอุปะ พนักงานสอบสวน สภ.ปลาปาก จ.นครพนม รับแจ้งจากชาวบ้าน มีเหตุรถ 10 ล้อ ทับเด็กเสียชีวิต ที่ บริเวณลานรับซื้อมันสำปะหลัง บ้านวังยาง หมู่ 10 ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม จึงประสานไปยังแพทย์เวรโรงพยาบาลอำเภอปลาปาก นายสง่า แสงแก้ว นายก อบต.ปลาปาก และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ออกไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ บริเวณลานมัน ชื่อ ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีเลขที่ ทางเข้าหมู่บ้านวังยาง ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม พบญาติ และชาวบ้าน กำลังยืนมุงดูสภาพศพเด็กชาย ที่ถูกรถพ่วง 18 ล้อ ทับเสียชีวิตด้วยความสลด บริเวณล้อหลังซ้าย ของรถพ่วงตัวแม่ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 81-2499 กาฬสินธุ์ รับบรรทุกมันสำปะหลังไปส่งโรงงาน ทราบชื่อภายหลังคือ เด็กชายนนทชัย เชื้อคำจันทร์ อายุ 1 ปี 8 เดือน อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ 10 บ้านวังยาง อ.ปลาปาก จ.นครพนม ในสภาพศพถูกล้อรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ทับศีรษะซีกซ้าย เลือดไหลอาบทั่วร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจสอบชันสูตร เก็บหลักฐาน ส่วนคนขับรถทราบชื่อภายหลังคือ นายสุรสิทธิ์ เชื้อคำจันทร์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 บ้านดอนกลาง ต.มหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการลานรับซื้อมันสำปะหลังสด มีความสัมพันธ์เป็นปู่ของผู้ตาย ยังอยู่ในสภาพเศร้าสลด เสียใจ และรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากการสอบสวน นายสุรสิทธิ์ เชื้อคำจันทร์ อายุ 52 ปี เจ้าของกิจการลานรับซื้อมันสำปะหลังสด มีซึ่งเป็นปู่ของเด็กชายนนทชัยฯ เปิดเผยว่า ปกติหลานจะอยู่เล่นที่ลานมันตลอด เนื่องจากอยู่กับลูกชายพ่อของเด็ก คือ นายธนากร เชื้อคำจันทร์ อายุ 20 ปี พร้อมลูกสะใภ้ คือ นางสาวสโรชา อุปา อายุ 20 ปี ที่มาช่วยดูแลกิจการลานรับซื้อมันสำปะหลังสด ก่อนเกิดเหตุตนกำลังจะเคลื่อนรถพ่วงบรรทุก 10 ล้อ ที่มารอจอดบรรทุกมัน ไปเก็บ จึงขึ้นไปขับรถ แต่ได้ดูระมัดระวังก่อนขึ้นรถตลอด เพราะรู้ว่ามีหลานชายเล่นอยู่ในลานมันประจำ แต่ไม่คิดว่าหลานจะอยู่ข้างนอก เนื่องจากอยู่ในห้องพัก ซึ่งใกล้กับตราชั่งน้ำหนัก แต่พอเคลื่อนรถกับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ลูกชายวิ่งออกมาเรียกให้หยุด พบว่ารถทับร่างหลานชาย เสียชีวิตแล้ว ไม่สามารถจะช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลได้ ล้อหลังทับเข้าบริเวณศีรษะซีกซ้าย น่าจะมีของเล่นตกอยู่ในท้องรถพอดี ทำให้เด็กอายุแค่ 1 ปี 8 เดือน ยังไม่รู้เรื่องวิ่งไปเก็บของ โดยที่พ่อแม่ ที่กำลังทำงานไม่ทันระวัง จนเกิดเหตุสลดขึ้น สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวจนรับไม่ได้ เพราะเป็นหลายชายคนแรก กลายเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต ทั้งที่ทุกครั้งจะเคลื่อนรถ ขับรถจะระมัดระวังตลอด สุดท้ายพลาดจนได้ ยอมรับในความผิดพลาด และรู้สึกเสียใจมาก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จาตุรนต์’ชี้ ทรท.ถูกยุบ คือความอยุติธรรมจาก‘ตุลาการภิวัฒน์’ หวังเป็นบทเรียน
บทความถัดไปอย่างนี้ต้องShare! จาก”เสรีภาพทุกตารางนิ้ว”ถึง”บิ๊กตู่ 20 วิ”และ”ปลดล็อกตรงไหน”