ป.ป.ส.ตรวจยึดเฮโรอีนซุกกรอบรูปส่งออสเตรเลีย- รวบสาวซ่อนโคเคนใส่หลอดมาสคารา
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวว่า ตามที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม สั่งการให้สำนักงาน ป.ป.ส.เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลกลุ่มนักค้ายาเสพติดที่ลักลอบขนยาเสพติดซุกซ่อนไปกับสิ่งของไปยังต่างประเทศหลายคดี
โดยคดีที่ 1 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.64 ชุดปฏิบัติการของหน่วยสกัดกั้นยาเสพติดท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส., บช.ปส., ศุลกากร และ ศรภ. ได้ร่วมกันตรวจยึดเฮโรอีน น้ำหนัก 479 กรัม ซุกซ่อนอำพรางในกรอบรูป จำนวน 1 ชิ้น อยู่ในพัสดุระหว่างประเทศต้นทาง ระบุชื่อที่อยู่ผู้ส่งมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี ปลายทางประเทศออสเตรเลีย

โดยเหตุเกิดที่บริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ ได้ประสานข้อมูลชื่อ-ที่อยู่ผู้รับพัสดุให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียเพื่อตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวร่วมกันต่อไป

สำหรับคดีที่ 2 ชุด AITF ร่วมกันตรวจยึดโคเคน น้ำหนัก 390 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในหลอดเครื่องสำอางมาสคารา ส่งมาจากประเทศคอสตาริกา ปลายทาง จ.ปทุมธานี ประเทศไทย ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงขยายผลจับกุม น.ส.นุชนารถ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้รับยาเสพติด ที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

และเวลา 19.00 น. ได้ร่วมกันจับกุม ชาย อายุ 41 ปี สัญชาติไนจีเรีย ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านบางนา และตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหาที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ พบโคเคนอีก 79 กรัม ซุกซ่อนในห้องนอนและครัว

นายวิชัยกล่าวต่อว่า ไอซ์และเฮโรอีนเป็นตัวยาเสพติดที่พบว่ามีการส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ส่วนโคเคนเป็นยาเสพติดที่ผลิตในแถบอเมริกาใต้ กลุ่มผู้ใช้โคเคนจึงอยู่ในวงจำกัดเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนใหญ่การลักลอบนำโคเคนเข้ามาในประเทศไทยจะมีผู้ค้าชาวแอฟริกันตะวันตก ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นชาวไนจีเรียอยู่เบื้องหลัง

ทั้งนี้ ป.ป.ส.ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยปราบปรามยาเสพติดของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อยกระดับการปฏิบัติให้เกิดความเข้มงวดมากขึ้นในการเฝ้าระวังและสกัดกั้น โดยมีการแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ข่าวสารร่วมกันมากขึ้น ซึ่งการประชุมในวันที่ 5 ก.ค.นี้ จะนำเอาข้อมูลมาหารือกับประเทศลุ่มน้ำโขง ได้แก่ จีน เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม เพื่อยกระดับการสกัดกั้นยาเสพติดภายใต้แผนปฏิบัติการ 1511 พร้อมหารือกับกลุ่มประเทศนอกภูมิภาคต่อไป

