ตร.นำอดีตทหารเกณฑ์คลั่งทำแผนวันนี้ เผยเจ้าตัวรับสารภาพทุกข้อหา อ้างบันดาลโทสะ หลังซื้อเบียร์ทำหล่นแตก

ตร.นำอดีตทหารเกณฑ์คลั่งทำแผนวันนี้ เผยเจ้าตัวรับสารภาพทุกข้อหา อยากขอโทษพ่อแม่ญาติเหยื่อ อ้างบันดาลโทสะ ไปซื้อเบียร์ทำหล่นแตกมีปากเสียงกับผู้ตาย

จากกรณีนายกวิน แสงนิลกุล อายุ 23 ปี อดีตทหารเกณฑ์ ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ต่อเนื่อง ใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิต 2 ราย โดยก่อเหตุที่ร้านสะดวกซื้อในกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลสนาม จ.ปทุมธานี แล้วขับรถหลบหนีไป จ.ระนอง กระทั่งยอมมอบตัวกับตำรวจ เหตุเกิดวันที่ 24 มิถุนายนนั้น

ในขณะที่ชุดหนุมาน กองปราบปราม พร้อมอาวุธครบมือ คุมนายกวินอยู่ในชุดพีพีอีสีหน้าเคร่งเครียด ถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหามีและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควร เมื่อก่อเหตุยิงนายรัฐวิทย์ สันติคุปตพงศ์ อายุ 32 ปี พนักงานร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ซอยลาดพร้าว 25 ถึงแก่ความตาย จากนั้นไปก่อเหตุยิงนายสุขสันต์ เสาวพันธ์ อายุ 54 ปี ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.สนาม ที่สถาบันธัญญารักษ์ จ.ปทุมธานี โดยเมื่อมาถึงที่ สน.พหลโยธิน ถูกนำตัวเข้าไปในห้องประชุมภายในทันที โดยมี พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร.สบ 8 ปฏิบัติราชการ บช.น. เข้าสอบปากคำด้วยตัวเอง จากนั้นเปิดเผยภายหลังสอบปากคำว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นข้อหาตามหมายจับ คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนมูลเหตุมาจากการบันดาลโทสะ เรื่องการไปซื้อเบียร์ในร้ายสะดวกซื้อ ก่อนทำเบียร์หล่นแตกจนนำไปสู่การมีปากเสียงกับผู้ตาย ส่วนเหตุที่เดินทางไปก่อเหตุในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นจุดที่ผ่านบ่อยและใกล้บ้าน และทราบว่าสถานที่นั้นเป็นที่บำบัดผู้เสพยาเสพติด โดยคนร้ายอ้างว่ามีปมเคยถูกทำร้ายจากผู้ติดยามาก่อนเลยมาก่อเหตุ ซึ่งรายละเอียดอยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้

พล.ต.ท.จิรพัฒน์เผยอีกว่า ผู้ต้องหาระบุว่าอยากขอโทษพ่อแม่และญาติผู้เสียชีวิตที่ก่อเหตุดังกล่าว ในขณะเกิดเหตุผู้ต้องรับว่ามีอาการมึนเมา ตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกาย ส่วนอาการทางจิตต้องรอผลแพทย์วินิจฉัยอีกครั้ง โดยขณะสอบสวนนายกวินมีอาการเครียดแต่ไม่ได้ร้องขออะไรเพิ่มเติม และยืนยันทำเพียงลำพัง ในส่วนอาวุธปืนนายกวินรับว่าเป็นของตนเอง ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่ามีการซื้อต่อมาจากผู้อื่นอีกทอดหนึ่ง ส่วนเสื้อลายพรางทหารผู้ต้องหาพกไว้ในรถตลอดเวลา หลังจากนี้ ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จะมาร่วมสอบปากคำที่ สน.พหลโยธิน ส่วนทาง บช.น.จะดำเนินการสอบสวนและทำแผนในช่วงสายวันที่ 25 มิถุนายน ก่อนจะนำตัวไปฝากขังต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จี้’ตรีนุช’ฟังเสียงเด็ก แก้ปัญหาม็อบ’น.ร.’
บทความถัดไปคำอวยพรจาก ‘พิธา’ ถึงผู้มีอำนาจ ‘ขอให้อายุยืนเพียงพอที่จะเห็นความพยายามล่มสลายไม่มีชิ้นดี’