เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ได้นำตัวนายพิเชษฐ์ ซาวคำเขต อายุ 24 ปี ชาว ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ผู้ต้องหาคดีจี้ชิงทองที่ร้านทองเยาวราชสินทวี สาขาตลาดป่าก่อไทใหญ่ เขตเทศบาลนครเชียงราย ได้ทองไป 114 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหลังจากนายพิเชษฐ์ถูกจับกุมได้เมื่อคืนวันที่ 30 มิ.ย. ขณะขับรถไปตามถนนสายเชียงราย-เทิง เขต อ.เมืองเชียงราย
โดยนายพิเชษฐ์ได้พาเจ้าหน้าที่ดูจุดที่ใช้จอดรถจักรยานยนต์ที่พร้อมกับพวกอีก 1 คน นำไปจอดห่างจากร้านเล็กน้อย เมื่อได้จังหวะจึงบุกเข้าไปใช้ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ยิงขู่ขึ้นฟ้า 2 นัด โดยตัวนายพิเชษฐ์เป็นคนยิงปืน เมื่อพนักงานในร้านหนีไปทั้ง 2 คน ก็ได้พากันกระโดดข้ามตู้กระจกหน้าร้านเข้าไปกวาดเอาทองคำรูปพรรณไป
วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้นำนายพิเชษฐ์ไปชี้จุดที่ก่อเหตุที่ร้านทองเยาวราชทวีสิน เลขที่ 149/1 หมู่บ้านต้นลุง หมู่ 11 ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ซึ่งนายพิเชษฐ์รับสารภาพว่าเคยไปพร้อมเพื่อนอีกคนก่อเหตุเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ได้ทองไปน้ำหนักรวม 54 บาท โดยมีพฤติกรรมใช้ปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า 2 นัดเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับท้องที่ ต.บ้านดู่ ขึ้นกับ สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อดำเนินคดีเพราะมีเพียงคำให้การของนายพิเชษฐ์คนเดียว จึงต้องนำไปเปรียบเทียบกับหลักฐานด้านอื่นๆ ก่อนดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่ สภ.เมืองเชียงราย จึงควบคุมตัวกลับไปดำเนินคดีจี้ร้านทองสาขาป่าก่อไทใหญ่ไปก่อน ส่วนผู้ที่หลบหนีไปนั้นเป็นชาวเมียนมาจำนวน 2 คน โดยคนหนึ่งก่อคดีแรก และอีกคนร่วมกันก่อคดีที่ 2 ปัจจุบันหลบหนีอยู่ในเขตประเทศเมียนมา พร้อมของกลางทองคำซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่น หรือทีบีซี เพื่อให้ทางการเมียนมาติดตามจับกุมตัวพร้อมหาของกลางมาคืนแล้ว

