เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 11 กันยายน พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงษ์โสภณ ผบ.ม.1 รอ. พร้อม พ.ต.ท.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.สส.สน.ทองหล่อ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ ผอ.สำนักงานสรรพสามิต ภาคที่ 10 เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.กว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงจำนวน 3 แห่งพร้อมกัน ร้านแรกชื่อร้านบีม คลับ บีเคเค ซอยทองหล่อ 16 ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งห่างจาก สน.ทองหล่อประมาณ 200 เมตร ลักษณะเป็นอาคารสูง 2 ชั้น ชื่อ 72 courtyard ด้านบนเปิดเป็นผับ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติกว่า 100 คน กำลังเต้นอย่างสนุกสนาน ก่อนเจ้าหน้าที่จะสั่งให้หยุดกิจกรรมทั้งหมด และขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือเดินทาง (พาสสปอร์ต) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทำการตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยวทั้งหมด เบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีผู้เสพยาเสพติด และจากการตรวจสอบไม่พบใบอนุญาตในการเปิดสถานบริการ และยังไม่มีใครรับเป็นเจ้าของสถานบริการดังกล่าว
ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ สน.ลุมพินี เข้าตรวจสอบภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 11 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ บริเวณชั้น 1 พบว่าเป็นลักษณะร้านอาหาร ชื่อร้านดาวัต อินเดียน เรสเตอรองต์ แอนด์ ไนต์คลับ ภายในมีเวทีการแสดง มีเก้าอี้โซฟาวางรอบเวที พบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งชายและหญิง ประมาณ 40 คนอยู่ภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจหนังสือเดินทาง (พาสสปอร์ต) ก่อนปล่อยตัวไป จากการตรวจสอบยังพบเตาบารากุจำนวน 40 ชุด ตัวยาสูบบารากุ 3 กิโลกรัม และอุปกรณ์บารากุอื่นๆ อีกจำนวนมาก มีนายชัยณรงค์ หันตุลา รับเป็นผู้จัดการร้าน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเตาบารากุพร้อมอุปกรณ์ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวผู้จัดการร้านไว้สอบสวน
ทั้งนี้ บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินของโรงแรมดังกล่าวยังพบสถานบันเทิงที่เปิดให้เช่าสถานที่ โดยที่มีห้องเปิดเป็นผับ ชื่อร้านไคลแมกซ์ พบนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติกว่า 200 คนกำลังเต้นอย่างสนุกสนานอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้หยุดกิจกรรมทั้งหมด ก่อนขอทำการตรวจบัตรประชาชนและหนังสือเดินทาง (พาสสปอร์ต) จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีเยาวชนเข้าใช้บริการ หรือพบสิ่งผิดกฎหมายอื่นแต่อย่างใด

พ.อ.นพสิทธิ์กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงครั้งนี้เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ทหาร บก.ควบคุม รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่ามีสถานบริการซึ่งเปิดเกินเวลา และมีสิ่งของซึ่งน่าจะผิดกฎหมาย อาทิ บารากุ ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรอยู่แล้ว โดยใช้คำสั่งที่ 13/2559 เข้าทำการตรวจค้น จากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ในเรื่องการเปิดเกินเวลา พบว่าขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเวลาประมาณตี 3 พบว่าทั้ง 3 ร้านยังเปิดให้บริการอยู่ ซึ่งสถานบริการจะเปิดได้แค่ตี 2 ในเรื่องที่ 2 ในส่วนของใบอนุญาตสถานประกอบการ ยังไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าของหรือนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
ด้านนายอัครุตม์ สนธยานนท์ ผอ.สำนักงานสรรพสามิต ภาคที่ 10 กล่าวว่า สรรพสามิตได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ทหารให้เข้าร่วมตรวจสถานบริการ ซึ่งมีการเข้าตรวจทั้งหมด 3 จุด ในส่วนของทางซอยทองหล่อที่ร้านบีม และดาวัต อินเดียน เรสเตอรองต์ แอนด์ ไนต์คลับ เปิดให้บริการในลักษณะไนต์คลับ และร้านไคลแมกซ์เปิดให้บริการลักษณะผับ เบื้องต้นพบว่าดาวัต อินเดียน เรสเตอรองต์ แอนด์ ไนต์คลับ มีการตรวจพบอุปกรณ์เสพบารากุพร้อมยา ซึ่งมีความผิดในส่วนที่เป็นสิ่งของห้ามนำเข้า ต้องส่งฟ้องโดยใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค มีทั้งโทษปรับและโทษจำ ส่วนใบอนุญาตขายสุรา พบว่าทั้ง 3 ร้านมีใบอนุญาต แต่น่าจะผิดตามเงื่อนไขของการเปิดขายเกินเวลา ตอนนี้จะต้องใช้คำสั่งของ คสช.ที่ 22 เนื่องจากเปิดเกินเวลาและขายสุราเกินเวลา ต้องเพิกถอนใบอนุญาต ถ้าตรงนี้อยู่ในเขตของโซนนิ่งของสถานศึกษาก็จะต้องปิดตลอดไป แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในเขตโซนนิ่งก็จะเพิกถอน 5 ปี
เบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 3 ร้านถูกแจ้งข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

