สภาวิศวกร เสนอ3แนวทางแก้ปัญหาโรงงานพลาสติกไฟไหม้
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะนายกสภาวิศวกร กล่าวว่า การระเบิดโรงงานผลิตพลาสติกที่ซอยกิ่งแก้ว สมุทรปราการ ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหน้ากังวล โดยขณะนี้ถือเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ มีการแพร่กระจายของก๊าซพิษ ซึ่งจำเป็นต้องมีเครื่องตรวจก๊าซพิษในอากาศ ในส่วนของสภาวิศวกร คงไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างได้ในขณะนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านก๊าซพิษ ของสภาวิศวกร เบื้องต้น การลุกไหม้ดังกล่าว เกิดจาก สารสไตรีนโมโนเมอร์ และสารเพนเทน ซึ่งเป็นของเหลวไวไฟสูงระดับ 4 ที่เกิดการรั่วไหล เสียดสีกับวัตถุไวไฟ จนเกิดการไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้เกิดการระเบิด สร้างความเสียหายทั้งกับตัวโรงงานและชุมชนใกล้เคียง
“กรณีหมู่บ้านจัดสรรมาปลูกสร้างบริเวณใกล้กับโรงงานนั้น สามารถดำเนินการได้ เพราะพื้นที่ดังกล่าวจัดเป็นพื้นที่สีแดง จากข้อกำหนดของผังเมือง มีจุดประสงค์หลักเพื่อการพาณิชย์ โดยสามารถสร้างที่อยู่อาศัยและโรงงานเพื่อการพาณิชย์ได้ ทำให้มีข้อจำกัดน้อย ยอมรับว่าการบริหารจัดการของประเทศไทยมีข้อจำกัด อย่างกรณีนี้ โรงงานอ้างเหตุอยู่มาก่อนชุมชน จึงยังไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งในต่างประเทศ ท้องถิ่นจะกดดัน ผ่านการประเมินที่เข้มข้น รวมถึงให้สิทธิพิเศษมาตรการลดหย่อนภาษีกรณียินย้อมย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของชุมชน
นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ทางสภาวิศวกร มีข้อเสนอทางนโยบายต่อภาครัฐ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวในอนาคต ดังนี้ 1. เสนอให้โรงงานอุตสากรรม ย้ายออกจากพื้นที่ชุมชน หรือหากไม่สามารถจัดการให้ย้ายออกได้ ต้องกำหนดให้โรงงานมีการประเมินความเสี่ยง และมีแผนผังพื้นที่ แบบประเมินตัวเองตามระดับสีการแบ่งพื้นที่ของผังเมือง เช่น สีแดง สีส้ม และสีเขียว เป็นต้น 2. ควรมีอุปกรณ์ดับเพลิงที่มีมาตฐานเพียงพอ และ3.ต้องมีการเตรียมความพร้อม โดยวิศวกรโรงงานควรมาขึ้นทะเบียนกับสภาวิศวกร เพื่อเข้ารับการอบรมความรู้ เรื่องสารพิษที่ใช้ในโรงงานจากผู้เชี่ยวชาญ

