น้อง”จพง.ที่ดินพังงา”ให้ปากคำตร.ทุ่งสองห้อง ย้ำยังติดใจรอยรัดคอ-ตับแตกของพี่ชาย

12.09.16 | 12:19 น.

จากกรณีที่ นายธวัชชัย อนุกูล อายุ 66 ปี อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงา สาขาท้ายเหมือง ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวคดีออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบหลายแปลงในจังหวัดภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี ที่ถูกควบคุมไว้ที่ห้องควบคุมตัวชั้น 6 ดีเอสไอ ได้ใช้ถุงเท้าผูกคอกับลูกกรงฆ่าตัวตายเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้นได้นำศพไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวช รพ.ตำรวจปรากฎว่าสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้คือภาวะตับแตกและเลือกออกในช่องท้อง


เมื่อเวลา10.00 น.วันที่ 12 กันยายน ที่สน.ทุ่งสองห้อง นายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของนายธวัชชัย เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.วินิจ ศรีสูงเนิน รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.นพดล ดรศรีจันทร์ สว. (สอบสวน) และร.ต.ท.กฤติเดช ชอบค้าขาย รอง สว.(สอบสวน)

นายชัยณรงค์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเป็นครั้งที่สองหลังจากที่ได้เข้าไปร่วมสังเกตการณ์ในห้องควบคุมผู้ต้องหา กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐานในก่อนหน้านี้ ซึ่งได้เห็นว่าเป็นการจำลองเหตุการณ์และ เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ โดยการเข้ามาให้ปากคำครั้งนี้นั้นไม่ทราบรายละเอียดแต่เข้ามาตามคำเชิญของพนักงานสืบสวนเพียงเท่านั้น ยอมรับว่ายังติดใจเรื่องรอยรัดที่คอและตับแตกอยู่เชื่อว่าการผูกคอไม่ว่าจะผูกเองหรือผู้อื่นผูกให้ไม่ทำให้ตับแตกแน่นอน นอกจากนี้ยังยืนยันว่าติดใจประเด็นเดิม คือเรื่องถุงเท้าที่ใช้รัดคอ เนื่องจากภาพที่ปรากฏสื่อวันแรกเป็นถุงเท้าสั้น แต่เมื่อดีเอสไอนำมาโชว์มีลักษณะยาวขึ้น

ด้านศพของนายธวัชชัยขณะนี้ยังอยู่ที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ยังไม่มีการประสานมาจากคณะกรรมกลางของกระทรวงยุติธรรม ว่าจะเริ่มชันสูตรครั้งที่ 2 เมื่อไหร่ แต่ตนเองเชื่อมั่นว่าวิธีทางการแพทย์ว่าจะสามารถคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิตได้

Advertisement

ในประเด็นที่ดีเอสไอเผยออกมาแพร่ภาพนิ่งขณะที่นายธวัชชัยนอนอยู่ในห้องควบคุมและภาพที่ทีมแพทย์เข้ามาปั้มหัวใจทำการช่วยเหลือถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ผู้ถูกควบคุมหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาดีเอสไอแจ้งว่าไม่มีภาพ ขณะที่พี่ชายของตนเองอยู่ในห้องคุมขัง โดยอ้างว่าเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ควบคุม นอกจากนี้ยังย้ำอีกว่าการชันสูตรรอบสองนั้นเป็นความต้องการของดีเอสไอไม่ได้เป็นความต้องการของตนเอง

ก.1
พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้องกล่าวว่า วันนี้จะสอบปากคำในประเด็นที่ไปร่วมสังเกตการณ์ที่ห้องควบคุมพร้อมกับกองพิสูจน์หลักฐาน เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ว่าน้องชายของผู้ตายยังติดใจประเด็นไหน และประเด็นการตายว่าสงสัยอะไรอีกบ้าง ส่วนสำนวนยังดำเนินการเก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องไม่เร่งรัดเวลา พร้อมประสานขอข้อมูลเรื่องสอบปากคำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและวัตถุพยาน ส่วนภาพกล้องวงจรปิดหรือซีซีทีวี ตอนนี้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานก็กำลังเร่งตรวจสอบเมื่อถึงเวลาจะส่งหนังสือไปขอว่าผลการตรวจสอบต่อไป

ต่อมา เวลา 12.00 น.หลังให้ปากเพิ่มเติมนานกว่า 2 ชั่วโมง นายชัยณรงค์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนถามในประเด็นที่ตนเข้าไปที่ห้องควบคุมตัว ดีเอสไอ พร้อมกับตำรวจพฐ. ตนบอกกับพนักงานสอบสวนไปว่า ยังติดใจประเด็นเดิมอยู่ รอยที่คอ ตับแตก นอกจากนี้ยังสงสัยเรื่องถุงเท้า ภาพที่ออกมาช่วงแรกเป็นถุงเท้าสั้น ระยะหลังถุงเท้ายาวขึ้น ตรงนี้ตนไม่ได้เห็นจึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าถุงเท้าเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะรอยที่คอกับถุงเท้าไม่สัมพันธ์กัน

นายชัยณรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการเก็บศพไว้นาน กลัวศพจะผิดรูปนั้นมั่นใจว่าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ(ศูนย์รังสิต)มีวิธีการรักษาศพให้อยู่ในสภาพดีอยู่แล้ว ส่วนตัวไม่เป็นห่วงอะไร เชื่อมั่นว่าวิธีทางการแพทย์จะสามารถคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิตได้ การให้ปากคำครั้งนี้น่าจะครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว ไม่น่าจะเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีก สำหรับสำเนาที่พนักงานสอบสวนทำหนังสือขอภาพกล้องวงจรปิดกับดีเอสไอ ที่ตนขอไว้เพื่อจะนำไปเป็นพยานหลักฐาน เบิกความกับศาลนั้นพนักงานสอบสวนไม่สามารถให้ได้เนื่องจากต้องเก็บไว้ในสำนวนคดี