ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 กันยายน 59 ชาวบ้านกว่า 300 คน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเอกเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รวมตัวกันที่ใต้สะพานข้ามทางรถไฟและข้ามสี่แยกหน้าตลาด เพื่อประท้วงกรมทางหลวง และการรถไฟแห่งประเทศไทย หลังจากที่ชาวบ้านพยายามยื่นหนังสือผ่านท้องถิ่น ไปถึงหน่วยงานหลักทั้ง 2 แห่ง นานกว่า 1 ปีแล้ว แต่ไม่มีสัญญาณใดๆตอบกลับมา โดยมีนายวันชัย จุฑานพรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลปราสาททอง อำเภอบางปะอิน พร้อมด้วย ตำรวจ ทหาร และตัวแทนของหน่วยงานที่ถูกเรียกร้อง ร่วมสังเกตการณ์ โดยเหตุการณ์ภาพรวมเป็นการรวมตัวอย่างสันติ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง
ทั้งนี้เนื่องจากกรมทางหลวงมีการสร้างสะพาน ของถนนสายเข้าอำเภอ เพื่อข้ามทางรถไฟและข้ามสี่แยกกลางเมือง ตรงหน้าตลาด โดยสะพานยาวเกือบ 1 กิโลเมตร เมื่อสร้างเสร็จ มีการปิดช่องทางถนนเดิมและให้ใช้เส้นทางบนสะพานแทน ทำให้ชาวบ้านที่ไม่มีรถยนต์เดือนร้อน เพราะเส้นทางถูกปิด แต่เมื่อจะต้องเดินจะลำบากมาก เพราะมีแทงปูนของกรมทางหลวง รวมถึงหมอนรถไฟจำนวนมากมาปิดกั้น ตรงจุดนี้ชาวบ้านขอให้เปิดทางเชื่อม

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ กรมทางหลวงอนุญาตให้ท้องถิ่น เข้ามาดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ใต้สะพาน ให้ใช้งานได้ ไม่ใช่ปล่อยให้รกร้าง จนกลางเป็นแหล่งซ่อมสุมปัญหาอาชญากรรม ล่าสุดมีคดีข่มขืนขึ้นแล้ว เพราะเปลี่ยวและมืด อีกทั้งขอให้เปิดรั้วกั้นเขตทางหลวงใต้สะพาน เพื่อให้ท้องถิ่นพัฒนาเป็นลานกีฬาชุมชน
นายสุรีพร ภาคนิมิต อายุ 43 ปี ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า พวกเราร้องเรียนมานานแล้ว ว่าพื้นที่ใต้สะพานเป็นที่เปลี่ยว อันตราย เป็นแหล่งซ่อมสุมปัญหาอาชญากรรม ครั้งแรกต้องการให้เทศบาล ฯ เข้าดำเนินการ แต่พอทราบว่าไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ ก็ขอคำแนะนำ ซึ่งทราบว่าเป็นของกรมทางหลวงและการรถไฟแห่งประเทศไทย มีการยื่นหนังสือผ่านหน่วยงาน 2 แห่งในจังหวัด แต่เรื่องเงียบ ชาวบ้านเดือนร้อนมาก เพราะเส้นทางใต้สะพานหรือถนนเดิมก่อนมีการสร้างสะพาน เป็นเส้นทางของชุมชน เมื่อปิดก็เดือนร้อน และคนที่ไม่มีรถยนต์ จะไปใช้สะพานข้ามก็ยาวเป็นกิโลเมตร ทำให้ไม่สะดวกและอันตรายเพราะรถวิ่งกันด้วยความเร็วสูง เมื่อมาใช้พื้นที่ใต้สะพานที่ถูปิดกั้นด้วยแบริเออร์และหมอนรถไฟ ก็เปลี่ยวและมืด มีคดีชิงทรัพย์และข่มขืนเกิดขึ้นแล้ว จึงอยากวิงวอนให้มีการเปิดทางเชื่อม และปรับปรุงพื้นที่ใต้สะพานเป็นลานกีฬาชุมชน พร้อมติดไฟให้ส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัย


